‘ททท.’ ควงลาซาด้า – สทท. เพิ่มช่องขายให้เอกชนท่องเที่ยว คาดสร้างเงินสะพัด 1 ล้านล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. เปิดเผยว่า ททท. จัดโครงการพิเศษให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวร่วมเสนอขายผ่านแพลตฟอร์มของลาซาด้า ภายใต้แคมเปญ “Best Deal เที่ยวไทย เพิ่มสิ่งที่ใช่ให้ชีวิต” เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่อีคอมเมิร์ซ เป็นการเพิ่มช่องทางและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการได้อย่างไม่สะดุด เป็นไปตามสถานการณ์ในยุคดิจิทัล
โดยโครงการนี้เป็นการนำร่องระหว่างภาครัฐกับ บริษัท ลาซาด้า จำกัด และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่จะอบรมให้ความรู้กับผู้ประการท่องเที่ยวได้มีความรู้ความเข้าใจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงแพลตฟอร์มการขายใหม่ๆ ขณะเดียวกันลาซาด้ามีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งหวังว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีช่องทางการขายได้มากขึ้น นอกเหนือจากการส่งเสริมการขายแบบออนกราวด์ที่อาจมีข้อจำกัดของสถานที่และเวลา ขณะที่ออนไลน์สามารถส่งเสริมการขายได้ทุกวัน

นายนิธี กล่าวว่า การท่องเที่ยวในปัจจุบัน เน้นในเรื่องไลฟ์สไตล์มากขึ้น ทำให้หากคนซื้อแพคเกจท่องเที่ยวแล้ว ก็อาจต่อยอดไปในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมอุปกรณ์เสริม อาทิ ไปเที่ยวทะเลจะต้องไปซื้อชุดว่ายน้ำ ชุดอุปกรณ์ดำน้ำ หรือซื้อนวดเสร็จปต่อสปาต่อ ซึ่งจะมีการเก้บข้อมูลอีกครั้ง เบื้องต้นมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 100 ราย มีแพคเกจท่องเที่ยวต่างๆ จำนวน 400 รายการ
อาทิ โรงแรม รีสอร์ท สปา แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ทริปดำน้ำ เรือยอชต์ เป็นต้น และมีโปรโมชั่นพิเศษที่จะมอบส่วนลดให้มากกว่า 77% คาดการณ์ว่าจะสามารถขายแพหมดภายใน 2-3 วันนี้แน่นอน คาดการณ์ในอนาคตจะมีการเพิ่มแพคเกจท่องเที่ยวอีก 1,000 รายการ มีรายได้สะพัด 1 ล้านล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการเดินทางไม่ต่ำกว่า 1,000 ครั้ง ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยขณะนี้อยู่ที่ 8 แสนล้านบาท แม้จะมีเยอะมากแต่จะมีการต่อยอดต่อไปอีก ผ่านโครงการของ ททท.
นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของลาซาด้าคือการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่รายย่อยให้มีช่องทางการขายที่มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าทั่วไป แต่ตอนนี้คนไม่ได้เข้ามาเพื่อหาสินค้าทั่วไปอย่าเดียวแล้ว แต่มีเริ่มต้องการสินค้าที่มีหลากหลายมากขึ้น
ลาซาด้าจึงได้ขยายตลาดสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นหนึ่งในนั้น คือ การเพิ่มแพคท่องเที่ยวที่ร่วมมือกับพันธมิตรจนได้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้นมา เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ขณะที่ภาพรวมของดิจิทัลกู้ดจากการจัดแคมเปญ “ลาซาด้า11:11 และ ลาซาด้า12:12” เพิ่มขึ้นกว่า 100% และคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกในปีข้างหน้า ซึ่งจากการจัดแคมเปญลาซาด้า11:11 และ ลาซาด้า12:12 พบว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก มียอดขายเพิ่มมากขึ้นกว่า 30% กว่าวันธรรมดา และหวังว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะได้รับอนิสงส์จากแคมเปญใหญ่แบบนี้ในอนาคตเช่นกัน
ด้าน นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธานอนุกรรมการ Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มทัวร์นำเที่ยวส่วนโรงแรมจะขายผ่านโอทีเออยู่แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มทัวร์จะขายแพคเก็จผ่านออฟไลน์และผ่านตัวแทน ซึ่งวิกฤตที่ผ่านมาทำให้กลุ่มนี้ปิดกิจการไปเยอะมาก
โดยการร่วมมือครั้งนี้ลาซาด้าจะช่วยดูแลเรื่องคอนเทนต์ ผู้ประกอบการมีหน้าที่เพียงรวบรวมรูปและแพคเก็จไปยังการขาย และยังเป็นพี่เลี้ยงให้คอยให้คำปรึกษาในการช่วยทำการขาย ซี่งจะเป็นทางรอดอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ในปีแรก


