คนจีนแห่ทิ้งใบจองโครงการบ้านหรู กลัวเหมือน ‘ตู้ห่าว’ ถูกตรวจสอบการเงิน
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยกรณีกลุ่มนักธุรกิจคนจีนสีเทาและมีคดีเชื่อมโยงตู้ห่าวที่ซื้อบ้านหรูอยู่เมืองไทยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการเปิดช่องให้ต่างชาติสามารถซื้อบ้านได้โดยใช้นอมินี จัดตั้งบริษัทขึ้นมา คนไทยถือหุ้น 51% เนื่องจากกฎหมายยังไม่เปิดให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้เหมือนคอนโดมิเนียมที่ซื้อได้ในสัดส่วน 49% ของพื้นที่โครงการ
“ต่างชาติซื้อบ้านผ่านนอมินีมีมานานมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน ในช่วงโควิด-19 ระบาด จะนิยมซื้อคอนโดฯหรูอยู่ แต่ระยะหลังชอบซื้อบ้านแนวราบราคาแพงกันมากขึ้น แต่คนจีนที่ซื้อมีทั้งกลุ่มทุนสีเทาและกลุ่มทุนสีขาวที่ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย หลังเกิดกรณีตู้ห่าว ส่งผลกระทบต่อตลาดบ้านหรูอย่างมาก คนจีนทิ้งจองไปหลายโครงการแล้ว กลัวจะถูกตรวจสอบเอกสาร เส้นทางการเงิน และอาจจะกระทบไปถึงกลุ่มลูกค้ายุโรปด้วย” นายมีศักดิ์กล่าว
นายมีศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ในปี 2566 สมาคมทำหนังสือปกขาวยื่นให้รัฐบาลพิจารณาเปิดให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้โดยถูกต้องกฎหมาย เช่น ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในโครงการบ้านจัดสรรไม่เกิน 49% ของจำนวนพื้นที่โครงการ หากเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เนื้อที่ไม่เกิน 50 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 100 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 200 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่ ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท และ 2.พื้นที่ส่วนภูมิภาค เนื้อที่ไม่เกิน 50 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 100 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 200 ตร.ว. ราคาไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท เนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่ ราคาไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท
นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า กรณีตู้ห่าวทำให้ตลาดบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ยอดขายชะงักไปมากพอสมควรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดจากลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนไม่มั่นใจ กลัวถูกตรวจสอบ เพ่งเล็ง อาจจะทำให้เกิดการทิ้งดาวน์หรือไม่มาโอนกรรมสิทธิ์ ในส่วนของเพอร์เฟคไม่มีคนจีนมาซื้อเหมาทั้งโครงการ เพราะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและช่องทางที่ซื้อ เช่น ตั้งบริษัทหรือทำธุรกิจในไทยมานานแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากเอฟเฟ็กต์ของตู้ห่าว มีผลให้ยอดขายบ้านหรูของบริษัทหายไปพอสมควร เพราะมูลค่าต่อหลังค่อนข้างสูง
“แต่ละโครงการเราจะกันสัดส่วนลูกค้าต่างชาติมาซื้อไม่เกิน 10% จะกระจายไม่ให้ต่างชาติซื้อมากเกินไป ก่อนหน้านี้มีต่างชาติมาซื้ออยู่ 10 หลัง ราคาหลังละ 80-160 ล้านบาท คนจีนที่มาซื้อส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจในไทย เขมร เมียนมา และเวียดนาม และจากจีนก็มี เพราะส่งลูกมาเรียนโรงเรียนนานาชาติ จึงอยากได้บ้านที่อยู่ใกล้กับโรงเรียน ส่วนลูกค้าคนไทยก็ทรงตัวไม่เพิ่ม ไม่ลด” นายวงศกรณ์กล่าว

