‘เซ็นทรัล-สยามสแควร์’ เริ่มทำ EIA คาดตอกเข็มเร็วสุดปลายปีหน้า เปิดเฟสแรกปลายปี’69

‘เซ็นทรัล-สยามสแควร์’ เริ่มทำ EIA คาดตอกเข็มเร็วสุดปลายปีหน้า เปิดเฟสแรกปลายปี’69

วันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สํานักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(PMCU) ร่วมกับบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่บล็อกเอ เขตพาณิชย์ สยามสแควร์ เนื้อที่กว่า 6 ไร่ บริเวณแยกปทุมวัน หลัง CPN คว้าสิทธิเช่าระยะยาว 30 ปี และมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส

นายยุทธนา ปัญจธนศักดิ์ รักษาการผู้จัดการส่วนบริหารธุรกิจพิเศษ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลการวิเคราะห์การออกแบบของโครงการในทุกมิติ เช่น ด้านกฎหมาย ด้านที่ตั้งโครงการ ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านการออกแบบ ด้านเศรษฐศาสตร์และการลงทุน เป็นต้น โดยใน 3 แนวทางเลือก ผลสรุปแนวทางเลือกที่1 มีความเหมาะสมมากที่สุดในการพัฒนาโครงการต่อไป เพราะสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบทุกส่วน

รูปแบบโครงการพัฒนาเป็นมิกซ์ยูส ประกอบด้วยพื้นที่สรรพสินค้า สำนักงาน โรงแรม เป็นอาคารมีขนาดความสูง 42 ชั้น ชั้นลอย 2 ชั้น และชั้นใต้ดิน 5 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีขนาดพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 134,200 ตารางเมตร ส่วนสำนักงานมีพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตร และส่วนโรงแรมมีจำนวนห้องพัก 369 ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น พื้นที่สรรพสินค้า ส่วนโรงแรมมีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และมีที่จอดรถยนต์ทั้งโครงการไม่น้อยกว่า 875 คัน

Advertisement

“เนื่องจากโครงการเป็นอาคารขนาดใหญ่ จึงเข้าข่ายที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการประชุมชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งแรก หลังจัดประชุมชี้แจงครบถ้วนแล้ว จะเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา คาดว่าจะยื่นเดือนเมษายน 2566และใช้เวลาพิจารณาประมาณ 5-6 เดือน มั่นใจว่าจะผ่านการพิจารณาเพราะเราทำตามทุกขั้นตอน และเซ็นทรัลมีประสบการณ์พัฒนาโครงการขนาดใหญ่อยู่แล้ว”นายยุทธนากล่าว

น.ส.วีรยา ผรเมตต์ ตัวแทนเจ้าของโครงการ กล่าวว่า โครงการใช้เงินลงทุนหลาย 1,000 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 10,000 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 57 เดือน คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้อย่างเร็วปลายปี 2566 หรืออย่างช้าต้นปี 2567 โดยจะทยอยเปิดเป็นส่วนๆ โดยปลายปี 2569 จะเริ่มเปิดศูนย์การค้าเป็นเฟสแรก จากนั้นเป็นสำนักงานและโรงแรม โดยเปิดครบทั้งโครงการปลายปี 2570-2571 หลังเปิดใช้จะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในย่านนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเปิดให้แสดงความคิดเห็นนั้น มีผู้แทนจากศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามถึงการเข้า-ออกของโครงการ โดยมีข้อกังวลเรื่องปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้แทนโครงการชี้แจงว่า การจัดวางทางเข้า-ออกให้สามารถเข้าถึงโครงการได้สองทาง ทั้งจากถนนพระรามที่1และถนนพญาไท
ทั้งนี้บริษัทที่ปรึกษาได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรของโครงการและความต้องการที่จอดรถ ในวันธรรมดามีความต้องการสูงที่สุดอยู่ที่ 866 คันและในวันหยุดมีความต้องการที่จอดรถอยู่ที่ 806 คัน โดยทางโครงการได้จัดที่จอดรถไว้ 875 คัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการที่จอดรถของโครงการ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image