‘เวิลด์แบงก์’ หนุนขึ้นภาษี เร่งปรับเสริมเสถียรภาพทางการคลังเข้าสู่จุดสมดุล

18.12.22 | 18:46 น.
ภาพโดย Sergei Tokmakov, Esq. https://Terms.Law จาก Pixabay

‘เวิลด์แบงก์’ หนุนขึ้นภาษี ชี้ต้องเร่งปรับเสริมเสถียรภาพทางการคลังเข้าสู่จุดสมดุล

นายเกรียติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก (World Bank) กล่าวว่า สำหรับประเด็นทิศทางที่รัฐจะเพิ่มการเก็บภาษีต่างๆ อาทิ ภาษีหุ้น มองว่าควรเริ่มขยายการเก็บภาษีเพื่อให้เสถียรภาพทางการคลังเข้าสู่จุดสมดุลมากขึ้น หลังจากช่วงโควิดที่ผ่านมามีการดำเนินมาตรการบรรเทาช่วงวิกฤตไปมากพอสมควร

ในทางกลับกัน หากไทยไม่เพิ่มภาษีเลย ในระยะถัดไปกระทรวงการคลังอาจไม่มีงบประมาณเพียงพอต่อการลงทุนในคนรุ่นใหม่ การรักษาผู้สูงอายุ และการเติบโตเศรษฐกิจจะชะลอลง ทำให้รายได้ลดลง รวมถึงหนี้ภาครัฐ เอกชน และครัวเรือนที่สะสมจะอยู่ในระดับเดิมหรืออาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากงบประมาณที่ช่วยสนับสนุนไม่เพียงพอ

“นอกจากนี้ รัฐต้องยกเลิกมาตรการที่มีการสนับสนุนที่ให้ผลไม่คุ้มค่าเมื่อดูผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงควรเพิ่มมาตรการเจาะจงกลุ่มคนเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น” นายเกรียติพงศ์กล่าว

นายเกรียติพงศ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การลดภาษีก็เป็นอุปสรรค หากดูระยะยาวไทยมีความจำเป็นชัดเจนจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ ค่าใช้จ่าย สวัสดิการต่างๆ สุขภาพ การศึกษาควรจะมีเพิ่มขึ้น ดังนั้น หากมีการลดภาษีลงจะไม่มีเงินเพื่อจะลงทุนในสิ่งเหล่านี้ ซึ่งก็ต้องเลือกว่าจะลงทุนในเรื่องใหม่ๆ หรือยังคงใช้ระบบเดิมๆ ที่อาจทำให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยลง

นอกจากนี้ การขยับฐานภาษีก็เป็นเรื่องยาก เพราะมีหลายส่วนที่อาจไม่เห็นด้วย ผู้จ่ายภาษีไม่อยากจ่ายภาษี แต่หลายประเทศมีการทำแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ที่มีการเจรจามานานจนสามารถขยายการเก็บภาษีได้ทั้งที่ภายในประเทศเกิดวิกฤต เพราะคำนึงว่าไม่สามารถปล่อยเวลาต่อไปได้ จึงต้องปรับตัวในช่วงนี้ เช่นเดียวกับไทย หากมีประชาชนโดยรวมมีความจำเป็นก็สามารถขยายฐานการเก็บภาษีต่างๆ ได้

Advertisement

“ไทยจะเข้าสู่จุดสมดุลทางกลางคลังช้าลง เนื่องจากช่วงที่เผชิญสถานการณ์โควิด รัฐได้ใช้เงินไปกับการทำมาตรการต่างๆ คาดว่าจุดสมดุลทางการคลังจะใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากธุรกิจหลายภาคส่วนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ดังนั้น ถ้ามีการขยับฐานภาษีขึ้นเร็วจะทำให้สถานการณ์ทางการคลังเข้าสุดสมดุลเร็วขึ้น” นายเกรียติพงศ์กล่าว