หน้าแรก เศรษฐกิจ เจ้าพ่อโรงหนั...

เจ้าพ่อโรงหนัง มั่นใจปีหน้าศก.ไทยโตโลด ขอรัฐบาลมีฝีมือ เหมือนกทม.ได้ ‘ชัชชาติ’ บริหาร

19.12.22 | 11:04 น.

เจ้าพ่อโรงหนัง มั่นใจปีหน้าศก.ไทยโตโลด อานิสงส์ท่องเที่ยว-บริโภคในปท. ขอนายกสายกลาง

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2566 ว่า วิกฤตเศรษฐกิจในรอบนี้แบงก์แข็งแรงมาก มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เอาตัวรอดได้ดีที่สุด ซึ่งในรอบนี้แบงก์คือหัวใจธุรกิจ ถ้าหัวใจหยุดเต้นเหมือนปี 1997 ธุรกิจเจ๊ง โดยเชื่อว่าในปีหน้าแบงก์ยิ่งแข็งแรง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเมืองไทยได้รับผลกระทบจากโควิดค่อนข้างมาก และในปีนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ดังนั้นเชื่อว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจน่าจะเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ประมาณการไว้ที่ 3.7% และนักท่องเที่ยวจะเข้ามา 15-20 ล้านคน มั่นใจว่าทำได้ไม่ยาก เพราะเมืองไทยเสน่ห์แรง และทำให้รายได้จากภาคท่องเที่ยวจะดีขึ้นมาก ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องและท้องถิ่นที่พึ่งภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักดีขึ้นตามไปด้วย ส่วนการส่งออกไม่น่าจะดีมากจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย มีความเสี่ยง

“ปีหน้าเศรษฐกิจอเมริกาเป็น 25%ของจีดีพีโลก น่าจะเหนื่อย ส่วนของจีนซึ่งเป็น 20%ของจีดีพีโลกน่าจะเหนื่อนเพราะล็อกดาวน์ ขณะที่ยุโรปเป็น 10%ของจีดีพีโลกก็เผชิญกับปัญหาสงคราม ทางญี่ปุ่นประมาณ 10%ของจีดีพีโลก ตอนนี้ก็ยังดีอยู่ คิดว่าทั่วโลกในปีหน้าทุกประเทศคงจะประคองตัว คงไม่เปิดเกมบุกมาก แต่เอเชียถ้าดูอินโดนีเซีย เวียดนามแข็งแรงมาก ยิ่งอินเดียตอนนี้เข้ามาเที่ยวเมืองไทยเยอะมากและเป็นประเทศที่รีโคฟเวอร์เร็ว” นายวิชากล่าว

นายวิชากล่าวว่า ในปีหน้าคาดว่าการจับจ่ายและการบริโภคภายในประเทศไทยจะดีขึ้น ยิ่งจะมีการเลือกตั้งจะทำให้เกิดความคึกคักมากขึ้น พอมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วจะค่อยๆปรับตัวลดลง ขณะเดียวันภาครัฐมีการจัดเก็บรายได้ภาภาษีได้มากขึ้น ดูแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในปีหน้า

“ปีหน้าธุรกิจที่แตะกับการท่องเที่ยวจะดีหมด เช่น โรงแรม ร้านอาหาร รถ เรือโดยสาร เพราะนักท่องเที่ยวจะเข้ามาอีกเยอะมาก และตอนนี้คนไม่กลัวโควิดแล้ว ซึ่งเมืองไทยเป็นหมุดหมายที่คนอยากจะเขามาเที่ยว อย่างธุรกิจโรงแรมซึ่งผมมีลงทุนโรงแรม 4 แห่ง ที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหินและมัลดีฟ ตอนนี้รายได้เริ่มกลับมาดีขึ้นหลังโควิด มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

Advertisement

ตอนนี้เรตค่าห้องพักก็เพิ่มขึ้น เช่น ภูเก็ตสูงสุดอยู่ที่ คืนละ 35,000 บาท หัวหิน 20,000 บาทต่อคืน กรุงเทพอยู่ที่ 6,000-8,000 บาทต่อคืน สูงสุด 20,000 บาทต่อคืน ขณะที่อัตราเข้าพักก็สูง เช่น กรุงเทพประมาณ 80-90% ทั้งที่จีนยังไม่เข้ามา สิ้นไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธุรกิจโรงแรมน่าจะตัวเบา ดูจากผลการดำเนินการโรงแรมของเรา” นายวิชากล่าว

นายวิชายังกล่าวถึงการเลือกตั้งในปีหน้าว่า ภาคเอกชนที่ทำธุรกิจ ส่วนใหญ่ก็ไม่อยากจะรอการเมืองอยู่แล้ว แต่ก็อยากเห็นการเมืองที่ดีกว่านี้ อยากได้นักการเมืองหรือรัฐบาลที่มีฝีมือ มองอนาคตในการบริหารประเทศ เหมือบกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) ที่ได้คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาเป็นผู้ว่าฯกทม. และอยากเสนอให้ภาครัฐให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมหนังไทยเหมือนต่างประเทศ