บาทเปิดวันนี้อ่อนค่าเล็กน้อย คาดกังวล ศก.สหรัฐถดถอย แห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.84 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.81 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.70-34.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
โดยบรรยากาศในตลาดการเงินฝั่งสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง กดดันโดยความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องตาม Dot Plot ล่าสุด ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยลดการถือครองสินทรัพย์
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดอาจยังคงหนุนความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเหรียญสหรัฐในช่วงนี้ รวมถึงส่งผลให้ผู้เล่นต่างชาติบางส่วนทยอยขายทำกำไรหุ้นไทยเพิ่มเติมได้ ซึ่งทั้งสองปัจจัยดังกล่าวก็สามารถกดดันให้เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงได้ นอกจากนี้ หากราคาทองคำย่อตัวลงต่อเนื่อง ก็อาจเห็นโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวซึ่งสามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ประเมินว่าแรงกดดันเงินบาทดังกล่าวก็อาจไม่ได้ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงจนทะลุแนวต้านสำคัญแรกของเงินบาทแถวโซน 35.00-35.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไปได้ง่ายนัก หากไม่ได้มีปัจจัยลบอื่นๆ เข้ามากดดันเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาดต่างก็รอจังหวะให้เงินบาทอ่อนค่าเพื่อทยอยขายเงินเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มสถานะ Short USDTHB (มองว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในระยะถัดไป)
นายพูนกล่าวว่า ด้านตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.7 จุด อย่างไรก็ดี แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง
แต่การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินเหรียญสหรัฐและบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องใกล้ระดับ 1,797 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากราคาทองคำย่อตัวลงต่อเนื่องอาจทำให้มีโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวกลับเข้ามาบ้าง ซึ่งโฟลว์ดังกล่าวก็มีส่วนในการกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง
ทั้งนี้ ส่วนในวันนี้ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้ หากมีการส่งสัญญาณพร้อมปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวมากขึ้น อาทิ อาจพิจารณาทบทวนนโยบายการเงิน หรือมีการปรับกรอบของบอนด์ยีลด์ 10 ปี ญี่ปุ่น ก็อาจส่งผลให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง และอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท

