คลัง จัดหนัก ออกของขวัญปีใหม่ 18 มาตรการ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน 2.78 แสนล้านบาท ครั้งแรก เพิ่มลดหย่อน “น้ำมัน” ในช้อปดีมีคืน หวังบรรเทาน้ำมันแพง กระตุ้นการเดินทาง
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบและรับทราบการดำเนินมาตรการของขวัญปีใหม่ 2566 เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ของกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินของรัฐ และหน่วยงานในสังกัด รวม 18 มาตรการ และมี 30 โครงการย่อย
นายอาคม กล่าวว่า มาตรการด้านภาษีและค่าธรรมเนียม ได้แก่ มาตรกรช้อปดีมีคืน ลดหย่อนภาษีสูงสุด 4 หมื่นบาท ตั้งแต่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งในครั้งนี้ได้เพิ่มการลดหย่อนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันแพง มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2566 ในอัตรา 15% จากภาษีที่เก็บในปี 2566 มาตรการลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ จาก 1% เหลือ 0.01%
“การขยายเวลามาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นสำหรับอากาศยานในประเทศ จาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ถึง 30 มิถุนายน 2566 และมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ที่ยื่นคำขอระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2566”

นายอาคม กล่าวว่า สำหรับมาตรการจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เช่น โครงการชำระดีมีคืน ลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน ธนาคารออมสิน เช่น โครงการวินัยดี มีเงิน ส่วนมาตรการจากหน่วยงานในสังกัด อาทิ มาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โครงการเที่ยวปีใหม่สุขใจไปกับพิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ ของกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดข้างต้นไม่ได้มีการใช้งบประมาณโดยตรง แต่ใช้การลดภาษีและลดค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจะสูญเสียรายได้ รวม 1.86 หมื่นล้านบาท ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบช่วงปีใหม่ ได้ 2.78 แสนล้านบาท หรือช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2566 ได้ 0.76%
นายอาคม กล่าวว่า สำหรับมาตรการคนละครึ่งนั้น จะไม่มีอีกแล้ว เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว ก็ให้เศรษฐกิจได้ทำงานบ้าง ดังนั้น ต้องลดนโยบายการคลังลง และให้เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งไปยังเป้าหมายที่เดือนร้อน เพื่อให้นโยบายที่ออกมามีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
“จากมาตรการปรับลดภาษีสำหรับน้ำมันเครื่องบิน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และบรรเทาผลกระทบของสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19นั้น ขอความร่วมมือไปยังสายการบิน ที่ได้รับสิทธิลดภาษีดังกล่าว ช่วยปรับลดค่าโดยสารให้ประชาชน ด้วยการออกบัตรกำนัล (กิ๊ฟท์ วอยเชอร์) และให้ไมล์สะสม เป็นต้น”
“ขอความร่วมมือสายการบินด้วย เมื่อรัฐบาล ลดภาษีให้แล้ว ก็ช่วยลดค่าตั๋วเดินทางให้ด้วย เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าค่าโดยสายแพงขึ้นมาก ดังนั้นหากจะปรับค่าโดยสารก็ขอให้ทยอยปรับขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ทุกครั้งที่หารือสมาคมสายการบิน ก็ขอความร่วมมือทุกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาสายการบิน ก็มาขอให้รัฐช่วยทั้งลดภาษีน้ำมัน วงเงินเสริมสภาพคล่อง” นายอาคม กล่าว
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จะรับนโยบายของนายอาคม ไปหารือกับสมาคมสายการบินภายในประเทศ เพื่อหาแนวทางช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนเรื่องค่าโดยสารเครื่องบิน หลังจากที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือสายการบินด้วยการลดภาษีน้ำมันเครื่องบินแล้ว จะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง โดยตลอดที่ผ่านมา ตลอดที่มีสถานการณ์โควิด กรมสรรพาสามิต ได้ลดภาษีน้ำมันเครื่องบินไปแล้ว คิดเป็นเงินเกือบ 1.8 พันล้านบาท
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สำหรับมาตรการ ช้อปดีมีคืน ปี 66 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 40,000 บาท
นายลวรณ กล่าวว่า โดยแบ่งเป็น 1.ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวน 3 หมื่นบาทแรก ออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และ 2.ค่าซื้อสินค้าหรือบริการ อีกจำนวน 1 หมื่นบาท ออกใบกำกับภาษีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านค้าออนไลน์ก็ได้ แต่ร้านค้าที่ไปใช้บริการจะต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้เข้าร่วมมาตรการ
“สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมมาตรการ เช่น ค่าซื้อสินค้า และค่าบริการทุกประเภทที่ซื้อจากผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าสินค้า โอทอป ทั้งนี้มาตรการช้อปดีมีคืนครั้งนี้ ได้ขยายเพิ่มให้ลดหย่อนค่าใช้จ่ายจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีมาตรการมา โดยสถานีบริการน้ำมันนั้น จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ ทั้งนี้เป็นการกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล”
นายลวรณ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ไม่รวมถึงสินค้าและบริการ 10 ประการ ดังนี้ ค่าซื้อสุรา ยาสูบ รถยนต์ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ค่าที่พักในโรงแรม ค่าสาธารณูปโภค ค่าบริการสัญญาณ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต และค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
นายลวรณ กล่าวว่า สรรพากร คาดว่าจะมีผู้ได้ประโยชน์ที่จากมาตรการช้อปดีมีคืนครั้งนี้ 1.4 ล้านคน รัฐสูญเสียรายได้จากการลดหย่อยภาษี 6.2 พันล้านบาท แต่จะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการขยายฐานภาษี และสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบ.แจกหนัก! เคาะแพคเกจของขวัญปีใหม่จากคลัง ทั้ง “ลดภาษีที่ดินฯ-ค่าจดทะเบียนการโอน-ช้อปดีมีคืน”

