พิษ”ทีวีดิจิทัล”ลาม “เจ้าสัวเจริญ”ซื้ออมรินทร์ฯ นักวิเคราะห์ ชี้ สื่อจะอยู่รอดขึ้นกับกระเป๋านายทุน

26.11.16 | 08:48 น.

“เจ้าสัวเจริญ”ซื้ออมรินทร์ฯ

นางเมตตา อุทกะพันธ์ ประธานกรรมการบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติลดทุนจดทะเบียนจาก 220 ล้านบาท เป็น 219,999,865 บาท และเพิ่มทุนเป็น 419,999,865 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท เพื่อจัดสรรและขายให้กับบริษัท วัฒนภักดี จำกัด โดยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี (บุตรชายนายเจริญ สิริวัฒนภักดี) ในราคาหุ้นละ 4.25 บาท รวมเป็นมูลค่า 850 ล้านบาท

ทั้งนี้ หลังการเข้าซื้อหุ้นจะทำให้นายฐาปนและนายปณตมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 47.62% ราคาเสนอขายดังกล่าวเป็นราคาส่วนลดมากกว่า 10% ของราคาถัวเฉลี่ยของตลาดที่ 7.47 บาท ดังนั้น จึงต้องขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมขออนุมัติผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการกับผู้ถือหุ้น จะจัดประชุมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

อมรินทร์หาเงินจ่ายทีวีดิจิทัล

นางเมตตากล่าวว่า สาเหตุที่ต้องขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทประสบภาวะผลประกอบการขาดทุนจากการดำเนินงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 91.46 ล้านบาท 416.41 ล้านบาท และ 468.93 ล้านบาท ในงวดปี 2557 ปี 2558 และในรอบ 9 เดือน ปี 2559 ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ตลอดจนอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 ของบริษัท มีอัตราสูงเท่ากับ 4.32 เท่า จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจทีวีดิจิทัลในช่วงของการเริ่มต้นธุรกิจ มีต้นทุนการดำเนินการสูง ใช้สำหรับการชำระค่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล การชำระค่าบริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลรายเดือน การชำระคืนเงินกู้ยืม จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในดำเนินธุรกิจ เช่น การผลิตรายการโทรทัศน์ เป็นต้น บริษัทมีแผนใช้เงินจากการเพิ่มทุนนี้ภายในต้นปี 2561

Advertisement

หวังสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ

“จึงมีความจำเป็นต้องมีเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการต่างๆ ได้ตามที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้ปัจจุบันภาวะอุตสาหกรรมธุรกิจทีวีดิจิทัลมีการแข่งขันสูง บริษัทเห็นว่าการที่บริษัทจะมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความพร้อมในด้านเงินทุนและมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีสถานะทางการเงินและสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มธุรกิจหลากหลาย จะทำให้บริษัทได้รับเงินตามจำนวนที่ต้องการ และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสถาบันการเงินได้ จึงเห็นว่าการเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้” นางเมตตากล่าว และว่า หลังจากนี้ทางผู้ซื้อใหม่จะส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทไม่เกิน 3 คน และไม่มีแผนจะนำหุ้นออกจากตลาด รวมทั้งไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารจัดการ โครงสร้างองค์กร และโครงสร้างทางการเงินของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ

นายประสิทธิ์ สุจิรวรกุล นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจสื่อทีวีดิจิทัลโดยเฉพาะช่องข่าวจะมีปัญหาเรื่องความน่าสนใจของเนื้อหาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อโฆษณาของเอเยนซี่โฆษณา ช่องทีวีดิจิทัลจะอยู่รอดได้จำเป็นต้องมีเนื้อหาน่าสนใจ และขึ้นอยู่กับสายป่านทางการเงินของนายทุน บางครั้งนายทุนอาจมองว่าทีวีดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนธุรกิจหลักที่มีอยู่ แม้บางช่องจะขาดทุน แต่มีเจ้าของที่มีทุนหนา ทำให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ในระยะยาวก็ต้องคำนึงถึงรายได้มาหล่อเลี้ยงธุรกิจด้วย