เงินบาทแข็งค่า 34.68 หลังรับแรงหนุนจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.55-34.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าการแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาจพอได้แรงหนุนจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าเงินเหรียญสหรัฐก็เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง (ดัชนี DXY ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104 จุด) ทำให้ประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบต่อ (sideways) และอาจไม่ได้แข็งค่าต่อเนื่องไปมาก หากเงินเหรียญสหรัฐก็ไม่กลับมาอ่อนค่าลงชัดเจนเหมือนช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการขายทำกำไรบอนด์ระยะสั้นจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นการขายทำกำไรสถานะ Short USDTHB (มองว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น) ทำให้คงมุมมองเดิมว่าแนวรับเงินบาทจะยังอยู่ในโซน 34.50-34.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และควรระวังความผันผวนในฝั่งอ่อนค่าที่อาจเกิดขึ้นในวันนี้ หากรายงานข้อมูลยอดการส่งออกของไทยนั้นออกมาหดตัวมากกว่าคาด จนทำให้ดุลการค้าอาจขาดดุลมากกว่าคาดได้
ส่วนในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุดดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.2 จุด หนุนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ก็ส่งผลให้ เงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยสู่ระดับ 132.4 เยนต่อเหรียญสหรัฐ (หลังจากที่ได้แข็งค่าไปใกล้ระดับ 131 เยนต่อเหรียญสหรัฐ)
ทั้งนี้ การปรับตัวแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ได้ส่งผลให้ ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,825 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งใกล้กับโซนแนวต้าน ทำให้มองว่าผู้เล่นบางส่วนอาจใช้จังหวะที่ราคาทองคำแกว่งตัวใกล้แนวต้านในการขายทำกำไรทองคำออกมาบ้าง ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำเกิดขึ้นนั้น อาจช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทได้บ้าง
“สำหรับวันนี้ ฝั่งไทยตลาดคาดว่าผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะทำให้ยอดการส่งออก ในเดือนพฤศจิกายน อาจหดตัวต่อเนื่อง 5% ขณะที่ยอดการนำเข้าอาจยังขยายตัวราว 0.6% ทำให้ดุลการค้าขาดดุลราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ”นายพูน กล่าว

