เปิดแล้ว บริษัทมีที่ มีเงิน บริษัทลูกแห่งแรกของออมสิน รับจำนองที่ดิน ให้เงินกู้สูงสุด 70% ของราคาประเมิน ดอกเบี้ยเริ่ม 6.99% นำร่อง 5 จังหวัด
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท มีที่ มีเงิน พร้อมเปิดให้บริการสินเชื่อที่ดินแล้ว โดยให้เงินกู้เสริมสภาพคล่องยามฉุกเฉินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในยามเดือดร้อน มีความจำเป็นต้องการใช้เงินสด หรือเติมทุนหมุนเวียนกิจการที่กำลังหาเม็ดเงินเสริมสภาพคล่อง หรือต้องการต่อยอดธุรกิจ รวมถึง รีไฟแนนซ์ เงินกู้เดิมเพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ย
โดย สินเชื่อที่ดิน มีเป้าหมายช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายย่อย โดยเปิดรับจำนองที่ดิน และขายฝาก รีไฟแนนซ์ ให้กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดา วงเงินกู้ 3 แสนบาท ถึง 10 ล้านบาท และนิติบุคคล วงเงินกู้ตั้งแต่ 3 แสนบาท จนถึง 50 ล้านบาท ให้วงเงินกู้สูงสุด 70% ของราคาประเมินที่ดินราชการ
คิดอัตราดอกเบี้ย ปีแรก 6.99-8.99% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป MLR+สูงสุดไม่เกิน 2.85% ต่อปี (ปัจจุบัน MLR = 6.150% ต่อปี) ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี แบบลดต้นลดดอก พร้อมปลอดชำระเงินต้น ชำระแค่ดอกเบี้ย นาน 1 ปี
ที่สำคัญคือ ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่ตรวจสอบรายได้ และไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน และคิดค่าธรรมเนียมในการกู้เพียง 1% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำ เนื่องจากต้องการช่วยเหลือประชาชน และเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อ หากเทียบกับสัดส่วนอัตราดอกเบี้ยในตลาด ที่อยู่ระดับ 15% ต่อปี และคิดอัตราค่าธรรมเนียมในการกู้กว่า 3-5%
ทั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าหมายปี 2566 คาดว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท สามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและผู้ประกอบการได้ประมาณ 4,000–5,000 ราย ทั้งนี้ ได้เปิดให้บริการนำร่องไปแล้วในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ และเตรียมให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 พร้อมกับมีแผนขยายบริการไปตามหัวเมืองใหญ่ทุกภูมิภาคไตรมาสแรกของปี 2566 และเปิดบริการทั่วประเทศตั้งแต่กลางปี 2566 เป็นต้นไป โดยมีสาขาของธนาคารออมสินเป็นหลักในการให้บริการ และจะขยายไปให้บริการตามสถานีบริการน้ำมัน ของบางจาก ในช่วงไตรมาสที่ 2 -3 ปี 2566 ด้วย
อนึ่ง บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เกิดขึ้นจากการผลักดันของธนาคารออมสิน ด้วยแนวทางที่ต้องการให้ธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝากในตลาดเกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งเงินด้วยต้นทุนที่เป็นธรรมอย่างเท่าเทียม และเกิดความคล่องตัวในการให้บริการประชาชน จึงเกิดการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน สัดส่วน 49% กับ บริษัท ทิพย เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด 31% และ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อีก 20% ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท เมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านมา

