นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของ SABINA นอกเหนือจากการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นความยั่งยืนที่สามารถส่งต่อไปยังทุกภาคส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า สังคม รวมถึงชุมชน โดยขณะนี้บริษัทฯ พร้อมแล้ว ที่จะก้าวสู่เป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนตามกรอบองค์การสหประชาชาติ ในปี 2030 (United Nations Sustainable Development Goals : UN SDGs 2030)
“ที่ผ่านมา เราดำเนินโครงการต่างๆ มากมายภายใต้กรอบ ESG ซึ่งครอบคลุม สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ผ่าน 13 โครงการกับ 1 มูลนิธิ ที่ในวันนี้ SABINA ในฐานะบริษัทขนาดกลาง (Mid-Cap) พร้อมแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่า การสร้างความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะองค์กรขนาดกลางก็มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะก้าวไปสู่การสร้างความยั่งยืนตามกรอบองค์การสหประชาชาติในปี 2030 ได้เช่นกัน” นางสาวดวงดาวกล่าว
สำหรับโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืน 13 โครงการ กับอีก 1 มูลนิธิ ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและใช้น้ำ การบริหารจัดการของเสีย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการโละแล้วไปไหน ด้านสังคม อาทิ การสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาผ่านมูลนิธิคุณแม่จินตนา ธนาลงกรณ์ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบรีไซเคิลในกลุ่มสินค้ายั่งยืน รวมถึงโครงการเย็บเต้าเติมใจสู้ภัยมะเร็ง ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 และด้านบรรษัทภิบาล อาทิ การจัดทำจรรยาบรรณของธุรกิจ และการเข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทย (CAC)
ทั้งนี้ SABINA สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 30% โดยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร (CFO) ได้มากกว่า 900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์ (CFP) ได้มากกว่า 20 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น

“เรายังส่งต่อความยั่งยืนให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้ายั่งยืน (Sustainability Product) ด้วยการออกสินค้าคอลเลคชั่นต่างๆ ที่ใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล (Recycled Yarn) ลดการใช้วัตถุดิบที่สร้างขึ้นใหม่ ขณะที่กระบวนการผลิตเลือกใช้วิธีย้อมแบบประหยัดน้ำ (Light on Water) ลดการขาดแคลนน้ำและลดปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นในขั้นตอนย้อม และเลือกใช้สีพิมพ์รักษ์โลก (Eco Printing) ในขั้นตอนการพิมพ์ ลดโอกาสเกิดน้ำเสียจากสารเคมี โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มที่เน้นความยั่งยืนให้มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 5% ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะทำให้สำเร็จภายในปี 2566”
และล่าสุด SABINA ได้เปลี่ยนยูนิฟอร์มเป็น “เสื้อรักษ์โลก” สำหรับพนักงานขายหน้าร้าน ผลิตจากขวดพลาสติก PET โดยปีนี้ ซาบีน่าได้ผลิตมอบให้กับพนักงานจำนวน 4,500 ตัว เท่ากับนำขวดมารีไซเคิลมาใช้ใหม่ถึง 67,500 ขวด

