หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กอบศักดิ์’ เ...

‘กอบศักดิ์’ เปรียบเก็บภาษีหุ้นเหมือนยิงเท้าตัวเอง ทำลายโอกาส-ลดเสน่ห์ตลาดทุนไทย

22.12.22 | 19:07 น.

กอบศักดิ์เปรียบเก็บภาษีหุ้นเหมือนยิงเท้าตัวเอง ทำลายโอกาสลดเสน่ห์ตลาดทุนไทย

งานสัมมนา FETCO Capital Market Outlook “ภาษีขายหุ้น….คุ้มหรือไม่?” จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) หอประชุมสังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจในปี 2566 จะเป็นอีกปีของความท้าทาย ซึ่งในปี 2565 มีการปรับตัวของตลาดทุนทั่วโลกมากพอสมควรแล้ว การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนในการชะลอเศรษฐกิจ เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนบางส่วนได้เปลี่ยนแปลงการลงทุนในตลาด รวมถึงสินทรัพย์ก็มีความปั่นป่วนและผันผวนมากขึ้นด้วย โดยความท้าทายที่รออยู่ในปี 2566 เป็นเรื่องเศรษฐกิจจีน ที่เริ่มเห็นสัญญาณแล้วว่า ตัวของบริษัทโลจิสติกส์ต่างๆ เริ่มบอกว่าการขนส่งแบบดิลิเวอรี่ลดลง หมายถึงยอดคำสั่งซื้อที่ลดลง บวกกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็มีการปรับลดจำนวนพนักงานลงด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประมาณการผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้น เหมือนภาพที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยการเก็บภาษีขายหุ้น มองว่าเป็นเรื่องที่เราต้องคิดถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศ ว่ามีมากน้อยเท่าใด ซึ่งการเก็บภาษีขายหุ้นจะเป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง เปรียบเหมือนการยิงเท้าของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังวิ่งได้ดี เพราะการเก็บภาษีขายหุ้นจะทำให้เสน่ห์ของประเทศไทยในด้านสภาพคล่องลดลงอย่างน่าใจหาย

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ผลกระทบจะอยู่ในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติกว่า 50% ในสัดส่วนนักลงทุนรวม ที่คาดว่าจะหายไปทั้งหมด ซึ่งนักลงทุนเหล่านี้มีศักยภาพสามารถไปลงทุนที่ใดก็ได้ เมื่อสภาพคล่องหายไป ตลาดหุ้นไทยก็มีเสน่ห์น้อยลงโดยคู่แข่งที่แม้จริงของไทย ไม่ได้อยู่ในตลาดยุโรป ฝรั่งเศส หรืออิตาลี แต่เป็นตลาดสิงคโปร์ ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันสิงคโปร์พยายามเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดทุนทุกวิถีทาง อาทิ ดึงบริษัทขนาดใหญ่ไปลงทุนในตลาดทุนของตัวเอง ไม่มีการเก็บภาษีแทบทั้งระบบ ซึ่งหากไทยยืนยันในการเก็บภาษีขายหุ้น จะทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งคนสำคัญอย่างแน่นอน โดยรัฐบาลจะต้องประเมินผลให้ครบถ้วนว่าการเก็บภาษีดังกล่าวนี้ได้คุ้มเสียหรือไม่

จากนี้สภาตลาดทุนจะหารือร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนมุมมองให้รัฐบาลเห็นอย่างชัดเจน เพื่อนำปัจจัยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเสนอให้รัฐบาลเห็น โดยรัฐบาลสามารถตัดสินใจเปลี่ยนแปลงได้ ว่าจะเลื่อนการเก็บภาษีขายหุ้นออกไปก่อน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเพิ่มเติม ซึ่งอยากให้เลือกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตลาดหุ้นหรือตลาดทุนไทยนายกอบศักดิ์ กล่าว

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า เน้นย้ำว่าช่วงเวลาในปี 2566 ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเก็บภาษีขายหุ้น เพราะเป็นปีที่ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความผันผวนสูง ทำให้สิ่งที่เราต้องทำคือ ทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแรงมากที่สุดมากกว่าโดยผลกระทบที่เกิดขึ้น หากบริษัทที่ควรเข้ามาระดมทุนในไทยออกไปใช้ช่องทางของประเทศอื่นแทน และรวมผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้น อาจสร้างความเสียหายเป็นหลักแสนล้านบาทหรือล้านล้านบาท จากการคำนวณเงินภาษีที่จะได้เพียงหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น รวมถึงคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม ก็อาจตีตื้นขึ้นมาได้

Advertisement