เงินเฟ้อญี่ปุ่นพุ่ง 3.7% สูงสุดรอบ 40 ปี กดดันแบงก์ชาติปรับนโยบายการเงิน
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างกระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคหลัก(ซีพีไอ)ของญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พุ่งขึ้นแตะ 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1981 เป็นต้นมา หรือในรอบ 40 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ราคาผู้บริโภคที่พุ่งสูงสุดเป็นสินค้าอาหารแปรรูป ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าคงทน เช่น เครื่องปรับอากาศ
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนของญี่ปุ่น ยังอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่จุดความกังวลขึ้นในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และที่อื่นๆ แต่ก็เกินกว่าเป้าหมายระยะยาวของธนาคารแห่งญี่ปุ่น(บีโอเจ) ที่ตั้งไว้ที่ 2.0% โดยแม้จะไม่รวมสินค้าที่เป็นอาหารสดและพลังงาน ดัชนีราคาก็ยังเพิ่มขึ้น 2.8%
“แม้ว่าจะต่ำกว่ามาตรฐานสากล แต่ราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นที่อยู่ที่ 3%-4% นั้น สูงพอที่จะทำให้รู้สึกไม่สบายใจกับการเติบโตของค่าจ้างที่ชะงักงัน” ซาราห์ ตัน นักเศรษฐศาสตร์จาก Moody’s Analytics กล่าว
ทั้งนี้ ซีพีไอของญี่ปุ่น ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ได้สร้างแรงกดดันให้กับบีโอเจที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินที่ดำเนินมายาวนาน แต่ญี่ปุ่น ซึ่งเผชิญความผันผวนระหว่างภาวะเงินเฟ้อและภาวะเงินฟืดมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปในความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดยบีโอเจระบุว่าราคาที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพียงชั่วคราวและยังไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติในเวลานี้

