หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ว่าการแบงก...

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คาดการณ์’ศก.โลก’

26.11.16 | 14:12 น.
วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ – “มติชน” สัมภาษณ์พิเศษนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

กรณีที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี คนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา หากดำเนินนโยบายตามที่เคยหาเสียงไว้

เรื่องแรกที่จะกระทบ โดยเฉพาะจากการกีดกันทางการค้า ส่งผลต่อมูลค่าการค้าโลก กระทบต่อประเทศที่เป็นเศรษฐกิจเปิดและมีการพึ่งพาตลาดโลกค่อนข้างมาก ซึ่งต้องติดตามว่าประเทศที่ได้รับการกีดกันจะมีมาตรการตอบโต้อย่างไร

สำหรับไทยยังโชคดีที่ไม่ได้พึ่งตลาดสหรัฐมากเหมือนหลายๆ ประเทศที่พึ่งสหรัฐเป็นตลาดหลัก ต่างกังวลถึงผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในส่วนนโยบายอเมริกันเฟิร์สและการปิดกั้นการอพยพเข้าเมืองสหรัฐ ไม่มีผลกระทบกับไทยมากนัก แต่จะกระทบต่อชาวฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานในสหรัฐ รวมทั้งบริษัทสหรัฐที่มีการจ้างแรงงานจากภายนอก (เอาต์ซอร์ส) แรงงานฟิลิปปินส์ ในธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

เรื่องที่สอง นโยบายของนายทรัมป์จะทำให้มีการขาดดุลทางการคลังมากขึ้น เป็นเรื่องที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กังวล เพราะหมายความว่าสหรัฐจะต้องมีการก่อหนี้รัฐบาลมากขึ้น ทำให้ขณะนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐกระโดดค่อนข้างเร็ว และจะลากให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากเส้นผลตอบแทนชันมากขึ้น ซึ่งในสภาวะที่สภาพคล่องล้นตลาด การคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะต่ำเป็นระยะเวลานานนั้น อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น

Advertisement

และเรื่องที่สาม จะกระทบกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่จะลดลง เพราะบริษัทใหญ่ในสหรัฐยังรอความชัดเจนของนโยบายที่จะออกมาทำให้การตัดสินใจโครงการลงทุนต่างๆ ชะลอ อย่างกรณีการลงประชามติของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) เห็นได้ชัดเจนมากว่ากิจกรรมการลงทุนหยุดตั้งแต่ประกาศว่าจะมีการลงประชามติเบร็กซิท ไม่ได้หยุดหลังจากที่ผลการลงประชามติออกมา และเมื่อผลเบร็กซิทออกมาก็ยิ่งทำให้การลงทุนหายไป จะกระทบต่อนโยบายของรัฐบาลที่พยายามส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ

รวมทั้งค่าเงินเยนที่เปลี่ยนแปลงเร็วในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทญี่ปุ่นก็ต้องชะลอการลงทุน เพราะความผันผวนในการเงินและตลาดทุนโลกสูงมาก การตัดสินใจลงทุนอาจจะกระทบให้ชะลอไปได้

สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และมองไปในอนาคต ความผันผวนจะยังมีอยู่ แต่เป็นความผันผวนที่มาจากปัจจัยภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในส่วนของไทยมีกันชนค่อนข้างดี รัฐบาลยังพอมีความสามารถที่จะใช้เงินในการดำเนินโครงการต่างๆ สภาพคล่องในประเทศยังสูง ยิ่งทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับให้ความสำคัญด้านนโยบายเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน คือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (อาร์เซป) ที่ชะลอไปให้กลับมา เพราะการตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) น่าจะไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่มาตรฐานการค้าที่เคยหารือไว้ในทีพีพีจะกลายมาเป็นมาตรฐานการค้าโลก ซึ่งในส่วนของไทยจะต้องปรับตัวรับสถานการณ์ ทั้งนี้ หวังว่าแต่ละประเทศให้ความสำคัญ และเร่งดำเนินการเจรจาอาร์เซปให้บรรลุความตกลง เพราะหากดูศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งโลก ภูมิภาคนี้ก็ยังเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

นอกจากผลกระทบด้านลบ ผลบวกหากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศของนายทรัมป์ได้ผลดี จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัว เพราะสัญญาณการส่งออกไทยไปสหรัฐเริ่มปรับดีขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่านายทรัมป์จะดำเนินตามสิ่งที่เคยพูดไว้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการกีดกันทางการค้ากับจีน ต้องติดตามว่าจะทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน เพราะหากทำแบบนี้คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชนสหรัฐเอง เพราะสินค้าจะราคาแพงขึ้น และยังต้องติดตามแนวโน้มราคาน้ำมัน เพราะนายทรัมป์จะกลับมาส่งเสริมพลังงานคาร์บอนมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญคือรัฐบาลใหม่จะมีใครบ้าง ใครเป็นรัฐมนตรีคลัง ทีมเศรษฐกิจมีใครบ้าง ใครเป็นที่ปรึกษา ในระหว่างนี้ความผันผวนมีตลอดเวลา พนันไม่ได้ว่าจะเป็นข้างใดข้างหนึ่ง ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ผันผวนได้ทุกเมื่อ

ในภาวะที่มีความผันผวนเกิดขึ้น การดูแลตลาดเงินตลาดทุนในภาวะที่คาดเดายากเช่นนี้ ธปท.ทราบล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับธนาคารกลางประเทศต่างๆ ความผันผวนของดอลลาร์สหรัฐที่เป็นสกุลเงินหลักมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลอื่น

ในส่วนของเศรษฐกิจไทยไม่มีจุดเปราะบาง ผลกระทบมีน้อย อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อตอบสนองกับตลาดตลอดเวลา เพราะระหว่างทางการทำนโยบายการเงินต้องประเมินความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ความผันผวนหลายอย่างจะเซตเทิลด้วยตัวเอง เมื่อข่าวมีความชัดเจน หรือเมื่อตลาดปรับไปถึงระดับหนึ่ง โดยปกตินักลงทุนเมื่อหุ้นลงถึงจุดจุดหนึ่งก็ต้องเข้ามาซื้อ หุ้นขึ้นถึงจุด หนึ่งก็ขาย ซึ่งมีกระบวนการของกลไกตลาดทำงาน แต่ ธปท.ต้องให้แน่ใจ ดูแลความผันผวนไปในทางที่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ส่วนกรณีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนธันวาคมนี้ เฟดได้เตรียมตลาดมายาวนาน ทำให้ตลาดค่อยๆ รับข่าวความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น และตั้งแต่การปรับขึ้นครั้งก่อน เฟดเตรียมตลาดได้ค่อนข้างดี

สิ่งที่แบงก์ชาติไม่ต้องการทำ คือการทำให้ความไม่มีเสถียรภาพมากขึ้น หรือความผันผวนมากขึ้น ซึ่งการที่มีความผันผวนสูง การนิ่งของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจเป็นหน้าที่หลักของแบงก์ชาติ อย่างที่ธนาคารกลางหลายประเทศก็ระบุว่า ถ้าไม่ได้เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็อย่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้น

ธปท.ต้องการรักษาเสถียรภาพในด้านต่างๆ ให้ดี เพื่อให้เศรษฐกิจมีกันชน ไม่ให้มีจุดเปราะบางในระบบการเงิน และระบบเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาได้จัดตั้งสายงานเสถียรภาพทางการเงิน ทำหน้าที่ตามสโลแกนของ ธปท.คือ จับควันให้ไว ดับไฟให้ทัน ป้องกันอย่าให้ลามจับควันให้ไว คือการพยายามดูว่ามีปัญหาอะไรบ้างในระบบการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ มีการออกพันธบัตรรูปแบบใหม่ พฤติกรรมการเก็งกำไรแปลกๆ และเมื่อเห็นก็ป้องกันไม่ให้ลามเป็นลูกโซ่ เพราะทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจเชื่อมโยงกัน หากไม่ระวังจุดเปราะบางนี้ถูกกระทบขึ้นมาก็จะกระทบไปในภาคส่วนอื่นได้

ทั้งนี้ การป้องกันอย่าให้ลามต้องมีเครื่องมือ เช่น แม็คโครพรูเดนเชียล ถ้าเห็นบางจุดที่เริ่มส่งสัญญาณไม่ดีหรือเริ่มเปราะบาง ต้องออกมาตรการเฉพาะกลุ่มมาควบคุม ซึ่งตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งยังไม่ได้ใช้มาตรการแม็คโครพรูเดนเชียลเพิ่มขึ้น แต่ทุกวันนี้มีมาตรการที่ใช้อยู่ คือมาตรการวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (แอลทีวี)

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการดูแลเรื่องการออกตราสารที่ไม่ได้มีการจัดอันดับ แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่เห็นอะไรที่จะเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ

สำหรับการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ธปท.ได้ส่งสัญญาณมาโดยตลอด และความผันผวนเหล่านี้หนีไม่พ้น เพราะมาจากปัจจัยภายนอก ซึ่งความผันผวนยังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากสภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีสูง เมื่อมีข่าวมากระทบ เงินไหลเข้าออกได้แรง เหมือนน้ำเยอะไหลแรง รวมทั้งยังมีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว ดังนั้นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจระหว่างประเทศ คือการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะทั่วโลกอยู่ในภาวะที่มีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านต้องเผชิญปัญหาความผันผวนสูงกว่าเราเป็นเท่าตัว เพราะอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนกว่า

อย่างไรก็ดี ธปท.เห็นพัฒนาการของผู้ประกอบการที่ปรับตัวมากขึ้น จากเดิมที่จะมีการร้องเรียนตามหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อค่าเงินเปลี่ยนแปลง แต่บางวันที่เปลี่ยน 30-50 สตางค์ ก็ไม่มีเสียงโวยวาย ในส่วนธุรกิจขนาดใหญ่เห็นแนวโน้มการป้องกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีทักษะตรงนี้ ธนาคารพาณิชย์ก็ต้องเข้ามาช่วย เพราะหากจะหวังกำไรติดปลายนวมในภาวะแบบนี้ยาก

ธปท.พยายามที่จะบอกตลอดเวลาว่าอย่าชะล่าใจว่าค่าเงินจะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพราะความผันผวนมีสูง โดยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นกลไกสำคัญในการรับแรงปะทะ ซึ่งความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นกลไกสำคัญของการทำนโยบายเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเพื่อให้เกิดการปรับตัวของกลไกระบบเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันต้องทำให้สามารถรองรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้ ทั้งการใช้เครื่องมือใหม่ การปิดความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็น ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการทำธุรกรรม เพราะความผันผวนเกิดจากสกุลหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เยน แต่ถ้าค้าขายไทย-มาเลเซีย สามารถซื้อขายโดยใช้บาทและริงกิตได้ บาท-หยวนก็มีคนใช้มากขึ้น เมื่อทำธุรกรรมกับจีน เป็นต้น การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านปัจจุบันมีการใช้เงินบาทมากขึ้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลหลักได้

ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เรื่องสำคัญที่ต้องมองคืออัตราเงินเฟ้อ การฟื้นตัวเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายการเงินต้องดูในองค์รวม ไม่ได้มาแยกเป็นเรื่อง โดยอิงตามกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นหลัก เป็นกรอบเป้าหมายแบบยืดหยุ่น ถ้าไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ ธปท.สามารถดูแลด้านอื่นได้ เช่น ความสามารถในการขยายตัวเศษฐกิจ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2560 ธปท.ได้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว และรอนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

โดยสัญญาณเงินเฟ้อปี 2560 ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมาเงินเฟ้อได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับต่ำ

ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมน้ำมันอยู่ที่ระดับ 0.7-0.8% มาต่อเนื่อง ทั้งนี้ ธปท.ไม่ได้ตกใจที่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธปท.ไม่ลดดอกเบี้ยเพิ่ม เพราะเงินเฟ้อก็ต่ำกว่าขอบล่างที่ 1-4% ซึ่งในขณะที่มีความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนและการเมืองโลก การรักษาความสามารถในการทำนโยบายเป็นกันชนที่สำคัญ เพราะหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์แรงๆ ก็จะได้มีเครื่องมือที่ใช้ได้

เวลาที่มองนโยบายไม่อยากให้มองแยกส่วน เพราะต้องประสานทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ถ้ามองย้อนกลับไปรัฐบาลเข้ามาช่วงปลายปีก่อน กลไกรัฐยังไม่ค่อยทำงาน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ธปท.จึงตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง ที่ผ่านมาเห็นกลไกการทำงานการคลังได้ผล สามารถทำให้เกิดการเบิกจ่ายได้ และปีหน้ายังมีโครงการลงทุนระยะยาวที่เข้าสู่กระบวนการประมูล การทำนโยบายต้องมีการเทรดออฟ ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย ในสภาวะที่นโยบายการคลังกำลังทำงาน นโยบายการเงินถ้าไปทำมากเกินไปก็มีผลข้างเคียง ซึ่งต้องระวัง