หน้าแรก เศรษฐกิจ สมคิดเผยใช้ 3...

สมคิดเผยใช้ 3 แสนล้านแล้ว ทุ่มช่วยเกษตรกร-คนจน ฝันเป็นผู้นำ ศก.อาเซียนแทนสิงคโปร์

28.11.16 | 10:33 น.
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

‘สมคิด’เร่งเครื่อง ศก.ส่งท้าย รบ.สั่งรับมือปรากฏการณ์’ทรัมป์’ – ทุ่ม 3 แสนล.ช่วยเกษตรกร-คนจน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่อยุธยา ซิตี้ พาร์ค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ปีนี้อาจชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% และมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2560 หลังจากนี้รัฐบาลจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง มีอีกหลายโครงการที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลมีเวลาทำงานอีกเพียง 1 ปี จึงจะต้องสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง โดยพัฒนาศักยภาพของตัวเองมากกว่าจะพึ่งพาต่างประเทศ

นายสมคิดกล่าวว่า กรณีที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญนั้นไม่ต้องห่วง เชื่อว่าจีนจะปรับตัวได้เร็ว แต่อยากให้โฟกัสและสร้างเศรษฐกิจภายในและพัฒนาตัวเองให้พร้อมรับกับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ่น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเซมากไปกว่านี้

ต่อมานายสมคิดกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นวัตกรรม ทำจริง สู่การขับเคลื่อนประเทศไทย” ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจขณะนี้ไม่สามารถผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวเทียบเท่ากับช่วง 10 ปีที่แล้วได้ เพราะฉะนั้นจะต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อรับมือและเผชิญหน้ากับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อาทิ ปรากฏการณ์ “โดนัลด์ ทรัมป์” เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู)

นายสมคิดกล่าวว่า การปรับตัวที่ว่านี้จะต้องไม่อิงกับเศรษฐกิจภายนอกเพียงอย่างเดียว จะต้องสร้างเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็งเพื่อสร้างการเติบโตจากภายในอย่างแท้จริง ผลักดันประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยปรับเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมที่มีอยู่ให้ขึ้นมา สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต หาอุตสาหกรรมใหม่เพื่อต่อยอดเอสเคิร์ฟในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับการเตรียมทรัพยากรมนุษย์ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ยกระดับท่าเรือ สนามบิน เส้นทางคมนาคม เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นพอร์ตสำคัญของซีแอลเอ็มวีในอนาคต เป็นจุดเปลี่ยนการเข้า-ออกทางการค้าที่สำคัญของภูมิภาค

Advertisement

นายสมคิดกล่าวว่า ปี 2559 ในช่วงที่ผ่านมาใช้เม็ดเงินช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากแล้วไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท แต่ในอนาคตต้องช่วยยกระดับและทำให้เป็นระบบมากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่นักลงทุนจะต้องกล้าออกไปลงทุนในซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) โดยหอการค้ามีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้ต้องพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน

“อาเซียนเป็นซัพพลายเชนสำคัญของโลก มีจุดกลางคือซีแอลเอ็มวีและมีไทยเป็นจุดศูนย์กลาง ดังนั้นหากมีการรวมพลังในกลุ่มซีแอลเอ็มวีให้เข้มแข็ง ไทยจะมีบทบาทผู้นำที่เข้มแข็งเช่นกัน จะได้เปรียบเมื่อมีการลงทุนจากต่างประเทศ หากทำได้ดีไทยจะชิงธงกับเวียดนาม และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มอาเซียนแทนสิงคโปร์ เป็นเพชรเม็ดหนึ่งของซีแอลเอ็มวี ทั้งนี้ จะต้องขจัดอุปสรรคและผลักดันนโยบายที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง โดยการลงทุนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ให้เร็วที่สุด” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า สำหรับบทบาทของรัฐบาลในปี 2560 ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะใช้ระบบงบประมาณลงไปสู่พื้นที่กลุ่มจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศอย่างจริงจัง เห็นได้จากโมเดลธุรกิจของจีนช่วง 20 ปีที่ผ่านมาที่เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นทำให้เศรษฐกิจจีนโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด

“หากให้กลุ่มจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อน จะมีเครื่องกลทางเศรษฐกิจ 77 จังหวัด หรือ 20 กว่ากลุ่มจังหวัด สามารถดำเนินการได้เลยว่าแต่ละจังหวัดจะทำอะไร เพื่อให้คลัสเตอร์จังหวัดขับเคลื่อนไปได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ภาครัฐจะสนับสนุนงบประมาณลงพื้นที่ คือ 1.แผนงบประมาณปี 2561 จะเพิ่มงบประมาณจาก 20,000 ล้านบาท เป็น 40,000 ล้านบาท 2.งบประมาณปีที่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท ที่เบิกจ่ายไม่ทันก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จะเรียกคืนกลับมาและปรับเป็นงบประมาณกระจายไปยังส่วนจังหวัดแทน 3.ขณะเดียวกันช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2560 ก่อนที่งบประมาณปี 2561 จะเริ่มใช้จะเพิ่มงบประมาณให้อีกส่วนหนึ่ง เพื่อผลักดันให้ขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0” นายสมคิดกล่าว