‘ครม.’ อนุมัติกรอบเงินเฟ้อ ปี’66 ที่ 1-3% “ธปท.” ห่วงปัจจัยภายนอก-ต้นทุนพลังงาน กระทบ

4.01.23 | 14:45 น.

‘ครม.’ อนุมัติกรอบเงินเฟ้อ ปี’66 ที่ 1-3% ผู้ว่าธปท.เผย ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากนอกประเทศ ชี้หากแนวโน้มออกนอกกรอบ พร้อมทำจม.ผนึกถึงคลังทุก 6 เดือน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ออกประกาศ กนง. เรื่อง เป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจำปี 2566 โดยกำหนดกรอบเป้าหมายของนโยบายการเงินระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2566 ไว้ที่ 1-3% ตามที่ได้ตกลงร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแล้ว เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายที่ร้อยละ 1-3 ดังกล่าวยังมีความเหมาะสมเนื่องจาก 1.การคงเป้าหมายเป็นการแสดงถึงความตั้งใจที่จะรักษาเสถียรภาพราคา อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน และช่วยยึดเหนี่ยวอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2.ในช่วงเวลาที่อัตราเงินเฟ้อมีความผันผวน และไม่แน่นอนสูง การปรับเป้าหมายนโยบายอาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชนเกี่ยวกับแนวนโยบายในระยะข้างหน้า และ 3.การกำหนดเป้าหมายแบบช่วงที่มีความกว้างร้อยละ 2 มีความยืดหยุ่นเพียงพอรองรับความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในระยะปานกลาง

นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ยังช่วยให้การดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในระยะปานกลางสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินภายใต้สถานการณ์ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และปัจจัยที่ส่งผลต่อพลวัตเงินเฟ้อยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการคลัง และธปท. จะร่วมมือในการดำเนินนโยบายการคลัง และนโยบายการเงินให้มีความสอดประสาน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวอย่างมั่นคง และยั่งยืน

ทั้งนี้ กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 และมีแนวโน้มทยอยปรับลดลงกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายนโยบายการเงินในปี 2566 อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ ภายนอกประเทศ การส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตได้

ดังนั้น กนง. จะติดตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อดังกล่าว รวมถึงประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีต่อพลวัตเงินเฟ้อไทยในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนที่ผ่านมา หรือประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมาย กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

Advertisement

โดยจะชี้แจงถึง 1.สาเหตุของการเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมายดังกล่าว 2.แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาและในระยะต่อไปเพื่อนำอัตราเงินเฟ้อทั่วไป กลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม 3.ระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย

นอกจากนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทุก 6 เดือน หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตามแนวทางข้างต้นยังคงอยู่นอกกรอบเป้าหมาย และจะรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาเป็นระยะตามสมควร นอกจากนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร หรือจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ กนง. อาจตกลงร่วมกันเพื่อแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ก่อนนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา