ตลาดหุ้นเอเชียทะยานสูงสุดรอบ 4 เดือน รับจีนเปิดประเทศ หวังฟื้น ศก.โลก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 5 มกราคมว่า หุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเหล่านักลงทุนมีความหวังต่อการที่จีนเปิดประเทศจากสถานการณ์โควิด-19 ด้านเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีสัญญาณเตือนต่อตลาดที่อาจเดิมพันต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้
ดัชนี MSCI ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นชั้นนำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายนอกญี่ปุ่นทะยานขึ้น 1% แตะระดับสูงสุดในรอบสี่เดือนในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น ดีดตัวหลุดจากระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน
โจแอน โก๊ะ นักยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนจากธนาคาร DBS ของสิงคโปร์กล่าวว่า การที่จีนเปิดประเทศมีผล
กระทบอย่างมากทั่วโลก เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงการกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยว แต่ยังจะผ่อนคลายปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานของโลกที่ปรากฏในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ระหว่างทางอาจมีการสะดุดทางเศรษฐกิจ แต่คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับตัวต่อกระบวนการได้ในระยะเวลา 6 เดือน
โดยหุ้น Consumer และ E-commerce อยู่ในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในฮ่องกง และดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงโดขึ้น 2% แตะจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน สอดคล้องกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน และหนุนเสริมหุ้นและค่าเงินอื่นๆ ในภูมิภาค
ขณะที่ราคาน้ำมันส่งสัญญาณเตือน โดยมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงช่วงข้ามคืน จากความกังวลว่าแนวโน้มระยะสั้นในจีนจะไม่ปลอดภัย และการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงตัวอยู่ที่ 78.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 5 มกราคม หลังร่วงไป 1.5% ในวันก่อนหน้า
ทิศทางเชิงบวกของตลาดหุ้นเอเชียเกิดขึ้นภายหลังเฟดเผยแพร่เอกสารการประชุมประจำเดือนธันวาคมที่มีการกล่าวถึงคำเตือนต่อนักลงทุนที่อาจเก็งกำไรจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยปลายปี โดยเนื้อความส่วนหนึ่งระบุว่า คณะกรรมการเฟดตั้งข้อสังเกตว่า “การผ่อนคลายเงื่อนไขทางการเงินโดยไม่มีเหตุผล” จะทำให้ความพยายามในการฟื้นฟูเสถียรภาพราคาซับซ้อนขึ้น
วิษณุ วราธาน หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจากธนาคารมิซูโฮะในสิงคโปร์กล่าวว่า หากแปลสิ่งที่เฟดกล่าว นี่คือคำเตือนต่อตลาดว่า การมองทิศทางตลาดในแง่ดีมากเกินไปอาจส่งผลเสียอย่างรุนเเรงได้
โดยอัตรา Fed funds futures แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนคิดว่าอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานของสหรัฐจะปรับตัวสูงที่สุด ต่ำกว่า 5% ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ก่อนที่จะถูกปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังปี 2023
ด้านดัชนีตลาดหุ้น Wall Street ผันผวนในวันพุธ ก่อนที่จะปิดตัวในแดนบวกเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P 500 ล่าสุดร่วงลงราว 0.4%

