กรุงศรีคาดเงินบาทเคลื่อนไหว 33.10-33.90 เงินไหลเข้าดันบาทแข็งค่านำภูมิภาค
เมื่อวันที่ 9 มกราคม รายงานจากกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังซื้อขายในช่วง 33.78-34.49 เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่รายงานประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
โดยเมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2565 ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายทั้งหมดในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยแบบเชิงรุก แต่เฟดได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ ในตลาดการเงินที่ว่าความมุ่งมั่นของเฟดต่อการควบคุมเงินเฟ้อกำลังแผ่วลง ในภาพรวมกรรมการส่วนใหญ่เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบาย
อย่างไรก็ดี เงินเหรียญสหรัฐลดช่วงบวกท้ายสัปดาห์หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าค่าจ้างและภาคบริการของสหรัฐชะลอตัวลงเกินคาดในเดือนธันวาคม 2565 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเป็นขาลงชัดเจนและเฟดจะลดความแข็งกร้าวในการขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 7,335 ล้านบาท และ 40,148 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 8 เดือน และแข็งค่านำทุกสกุลเงินในภูมิภาค
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดจะติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2565 ของสหรัฐซึ่งคาดว่าจะชะลอลงต่อเนื่อง โดยตลาดสัญญาล่วงหน้าสะท้อนการคาดการณ์ว่ามีโอกาส 73% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2566 สู่ระดับ 4.50-4.75% และมีความน่าจะเป็น 27% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
ทั้งนี้ หากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดประเมินไว้ เงินเหรียญสหรัฐอาจอยู่ในโซนอ่อนค่าต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางระหว่างประเทศหลังจีนเปิดพรมแดนเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566
สำหรับสถานการณ์ในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและพื้นฐานเดือนธันวาคม 2565 ของไทยขยับสูงขึ้นมาที่ 5.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ โดยในปี 2565 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี ที่ 6.08% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 2-3%
“กรุงศรีมองว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและความคาดหวังต่อภาคท่องเที่ยวจะหนุนค่าเงินบาทในภาพใหญ่ แต่ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อภาคส่งออกของไทยอาจเพิ่มความผันผวนของเซนติเมนต์เป็นระยะ” นางสาวรุ่งกล่าว

