สภาพัฒน์ เล็งปรับคาดการณ์จีดีพีปี’66 ใหม่ รับจีนเปิดประเทศ คาดท่องเที่ยวดีขึ้น ส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ศก.ถดถอย กระทบบ้างสินค้า แนะขยายตลาดไปประเทศที่เติบโตได้ดี
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า สำหรับภาคท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2566 จนถึง 2567 และการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากนั้น กระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ. ก็มีมาตรการรองรับแล้ว ขณะที่คนไทยมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเกิน 70% ของประชากรแล้ว ดังนั้นภาคธุรกิจจึงคลายกังวลได้
นายดนุชากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เดิม สศช.คาดการณ์ว่าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จำนวน 23 ล้านคน สร้างรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท แต่สมมุติฐานนี้ยังไม่ได้รวมนักท่องเที่ยวจากจีนที่จะเริ่มเดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 ดังนั้นจึงขอเวลาดูสถานการณ์นักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางเข้าไทยก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก่อนจะทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 จากเดิมคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในปี 2566 จะขยายตัว 3-4% และทบทวนยอดนักท่องเที่ยวที่เข้าเพิ่มเข้ามาด้วย
“ในภาพรวมมองว่าการที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยจำนวนมาก จะเป็นผลดีต่อห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งร้านอาหาร ที่พัก และโรงแรมของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นเศรษฐกิจไทย ดังนั้นจึงอยากจะฝากถึงธุรกิจท่องเที่ยว หลังมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ก็ขอให้รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย และการทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เพราะประเทศไทยมีชื่อเสียงที่ดีอยู่แล้ว อยากให้รักษาเสน่ห์ในส่วนนี้ของไทยไว้ เพื่อให้ชาวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง” นายดนุชากล่าว
นายดนุชากล่าวอีกว่า สำหรับปี 2566 หลายฝ่ายมองว่าเศรษฐกิจโลกเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยด้วย แต่มองว่าจะกระทบบางสินค้าเท่านั้น ขณะที่สินค้าอาหาร และสินค้าการเกษตร ยังส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า เศรษฐกิจโลกจะถดถอยนั้น คาดว่าจะเป็นการถดถอยในบ้างประเทศเท่านั้น ไม่ได้ขยายวงไปทั่วโลก ดังนั้น ต้องมีการผลักดันการส่งออกไปยัง ประเทศที่ยังมีเศรษฐกิจเติบโตได้ หรือประเทศที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น เพื่อรักษาระดับการส่งออกของไทยต่อไป

