‘อนุทิน’ ต้อนรับ นทท.จีนไฟลต์แรก ย้ำเข้าไทยได้เลย ไม่ตรวจวัคซีน-ไม่บังคับทำประกัน
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 9 มกราคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย หลังจีนประกาศเปิดประเทศ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566
นายอนุทินเปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปี 2566 ด้วยมาตรการที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขภาพตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และมีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและการให้บริการนักท่องเที่ยวในการเดินทาง
โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการรองรับการเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 เพื่อเตรียมการรองรับผู้เดินทางจากต่างประเทศในปี 2566 รวมทั้งการเตรียมความพร้อมกรณีที่จีนประกาศเปิดประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 ซึ่งมีความมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางในทุกด้าน

ในวันนี้ (9 มกราคม) จึงได้เดินทางมาร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางมายังไทย ภายหลังจีนประกาศเปิดประเทศ ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองเซี่ยเหมิน โดยสายการบิน Xiamen Airlines เที่ยวบิน MF833 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 12.19 น. มีผู้โดยสาร จำนวน 269 คน โดยในวันนี้ มีเที่ยวบินขาเข้าจากจีน จำนวน 15 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 3,465 คน สำหรับแนวทางการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ โดยมีข้อกำหนดและแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน
“เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มกราคม คณะกรรมการวิชาการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านคมนาคม ท่องเที่ยว และสาธารณสุข หารือร่วมกัน โดยได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีการสุ่มตรวจโรคโควิดจากนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไม่ต้องแสดงข้อมูลการได้รับวัคซีน 2 เข็ม และยกเลิกเงื่อนไขการทำประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ แต่หากพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีการตรวจพบเชื้อโควิด ทางสาธารณสุขของไทยก็มีพร้อมในการดูแลรักษาต่อไป” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลจำนวนผู้โดยสารของ ทอท. คาดการณ์ว่าตลอดปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางผ่านท่าอากาศยานของ ทอท. ประมาณ 7-10 ล้านคน จากเดิมที่ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวน 20.5 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในทุกท่าอากาศยาน โดยมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ และได้เน้นย้ำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็วและความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ
สำหรับปัญหากระเป๋าสัมภาระล่าช้า และการให้บริการรถสาธารณะ ที่พบก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมได้เร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันพบว่า ค่าเฉลี่ยเวลาในการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระจากเครื่องบินจนถึงผู้โดยสาร โดยกระเป๋าใบแรกลำเลียง ใช้เวลาเฉลี่ย 27 นาที และกระเป๋าใบสุดท้าย ใช้เวลาเฉลี่ย 44 นาที ซึ่งมีความรวดเร็วขึ้น

ขณะที่ การให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ปัจจุบันได้เพิ่มจำนวนการให้บริการให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้บริการ และจัดระเบียบ ขยายพื้นที่ เพื่อลดความแออัดของผู้มาใช้บริการ ซึ่งผู้โดยสารใช้เวลารอคิวใช้บริการประมาณ 10 นาทีต่อคน โดยปัจจุบันกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยั่งยืน เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
“การเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย และการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชน อันส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย” นายอนุทินกล่าว


