นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินผลองค์กร รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์ 2 เปิดเผยในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสผ่านการประมวลข้อมูลทางสถิติและผลการสำรวจข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย พบว่าในภาพรวมมีการขยายตัวของความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2559 ที่เข้าดูดซับซัพพลายในตลาดที่เกิดขึ้นและสะสมมาในช่วงก่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองส่งผลให้ยอดจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2559 สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ประมาณร้อยละ 20.51 และ 21.92 ตามลำดับ แม้ว่าจะทำให้จำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3 ของปี 2559 ลดลง แต่พบว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์สะสม 3 ไตรมาสของปี 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1.16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 โดยเพิ่มจาก 132,773 ยูนิต เป็น 134,319 ยูนิต
นายวิชัยกล่าวว่า ในช่วง 3 ไตรมาสปี 2559 ตลาดที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวของประมาณของอุปทานและอุปสงค์ที่มีความสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการปรับตัวเพิ่มปริมาณอุปทานในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ และกิจกรรมทางการตลาดในช่วงปลายปี 2559 อีกด้วย
นายวิชัยกล่าวว่า ข้อมูลที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ และ ข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 5 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) ในช่วง 3 ไตรมาสแรก ปี 2559 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่ามีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทุกประเภทรวมกันประมาณ 93,412 ยูนิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวนหน่วยสะสมประมาณ 92,542 ยูนิตส่วนจำนวนยูนิตที่เกิดขึ้นเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 น้อยกว่าของไตรมาสที่ 3 ของปี 2558 ประมาณร้อยละ 13 แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 พบว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 76% ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอุปทานในตลาดเพื่อรองรับการขยายตัวของอุปสงค์
นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับพื้นที่การพัฒนาของหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่พบว่า มีการกระจายตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ประมาณ 45,803 ยูนิต หรือคิดเป็นร้อยละ 49 และ อยู่ในเขต 5 จังหวัดปริมณฑล ประมาณ 47,609 ยูนิตหรือคิดเป็นร้อยละ 51และยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นในเขต 5 จังหวัดปริมณฑลที่สูงขึ้นร้อยละ 23 แต่กลับมีการหดตัวลงในเขตกรุงเทพฯ ที่หดตัวลงถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในมิติของประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ห้องชุดยังคงมีสัดส่วนสูงสุดถึงประมาณร้อยละ 58 ของหน่วยทั้งหมดคือที่ 54,026 ยูนิต รองลงมาคือ บ้านเดี่ยวมีประมาณร้อยละ 26 หรือ 24,150 ยูนิต ทาวน์เฮ้าส์ประมาณร้อยละ 12 หรือ 11,418 ยูนิต อาคารพาณิชย์พักอาศัยประมาณร้อยละ 3 หรือ 2,475 ยูนิต และบ้านแฝดประมาณร้อยละ 1 1,343 ยูนิต ซึ่งพบว่า ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดเป็นประเภทเดียวที่มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2559 กล่าวคือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9 ขณะที่ที่อยู่อาศัยประเภทอื่นมีจำนวนหน่วยที่ลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายวิชัยกล่าวว่า ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ- ปริมณฑล พบว่าในช่วง 3 ไตรมาสแรก ปี 2559 มีโครงการเปิดขายใหม่จำนวน 313 โครงการ และจำนวนหน่วยประมาณ 70,131 ยูนิต เป็นประเภทบ้านจัดสรร 209 โครงการ จำนวนประมาณ 32,972 ยูนิต และห้องชุด 109 โครงการ จำนวนประมาณ 37,159 ยูนิต โดยยูนิตบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 แต่ยูนิตห้องชุดเปิดขายใหม่ลดลงร้อยละ 17 ส่งผลให้จำนวนยูนิตใหม่ที่เปิดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2559 ลดลงร้อย 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเปิดขายอาคารชุดใหม่ลดลงในช่วงไตรมาส 1 – 2 แต่มาเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ทำให้ภาพรวม 3 ไตรมาสแรกของปี 2559 โครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ลดลงร้อยละ 17 แต่โครงการบ้านจัดสรรมีการเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3
ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 พบว่ามีโครงการเปิดขายใหม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล จำนวน 115 โครงการ ประมาณ 28,741 ยูนิต เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 81 โครงการ ประมาณ 14,073 ยูนิต เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และเป็นห้องชุด 34 โครงการ ประมาณ 14,668 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2558 มีโครงการเปิดขายใหม่ จำนวน 101 โครงการ ประมาณ 23,989 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 71 โครงการ ประมาณ 11,938 ยูนิต และเป็นห้องชุด 30 โครงการ ประมาณ 12,051 ยูนิต

