ปธ.หอค้าไทย-จีนจัดถกนักธุรกิจทั่วโลก 3 พันคน มิ.ย.นี้ ดูดนักลงทุนคาดสะพัดพันล.
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่อาคารหอการค้าไทย-จีน เขตสาทรใต้ กทม. นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า ในปี 2565 ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เผชิญกับปัญหาหลายด้านทั้งจากความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อ การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ต้นทุนสูง เงินเฟ้อสูง และการส่งออกสินค้าไทย
ดังนั้น การประกาศเปิดประเทศของรัฐบาลจีนตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากดำเนินนโยบายซีโร่โควิด มานานกว่า 3 ปี เป็นสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกไปยังตลาดจีน และทำให้ปี 2566 ตลาดจีนจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง รวมถึงดีต่อภาคท่องเที่ยว ภาคการค้า และการลงทุนในระยะจากนี้
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง ตั้งแต่การมาเยือนไทยของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และเข้าร่วม ประชุมความร่วมมือเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 29 หรือประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน
ซึ่ง หอการค้าไทย-จีน ได้มีบทบาทสำคัญและเป็นกลไกหนึ่งในการผลักดันไทยกับจีนในทุกมิติ ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ การค้า การลงทุน เป็นต้น เพื่อสานต่อในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และความสัมพันธ์ไทย-จีน ในปี 2566 หลังจากจีนและทั่วโลกผ่อนคลายการเดินทางและจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติอีกครั้งในรอบ 3 ปี เราจะใช้โอกาสนี้ เป็นเจ้าภาพการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน เดิมก่อนโควิดระบาดเป็นงานที่จัดประชุมทุก 2 ปี และสมาชิกในแต่ละประเทศเวียนกันเป็นเจ้าภาพ โดยประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 1 ครั้ง ปีนี้จะเป็นครั้งที่ 2
“การเป็นเจ้าภาพปีนี้ เราใช้หัวข้อ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยภูมิปัญญานักธุรกิจจีน ซึ่งเบื้องต้นมีนักธุรกิจจีนทั่วโลก แสดงความจำนงมาร่วมงานไม่น้อยกว่า 3,000 ราย เฉพาะนักธุรกิจจากจีนจะมาถึง 1,500 ราย จากทั่วโลกอีกกว่า 1,000 ราย ญี่ปุ่นกว่า 100 ราย ยังไม่รวมในไทยอีกจำนวนมาก โดยใช้ศูนย์การประชุมสิริกิติ์เป็นสถานที่จัดงาน และเชิญนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน
เบื้องต้นจะเกิดเงินสะพัดจากการที่นักธุรกิจชาวจีนทั่วโลกมาร่วมครั้งนี้เป็นหลักพันล้านบาทได้ โดยรายละเอียดจะมีการแถลงข่าวในเร็วๆ นี้ ไม่แค่เป็นงานใหญ่ระดับประเทศแต่เป็นงานใหญ่ที่จะมีการรวมนักธุรกิจชาวจีนชั้นนำจากทั่วโลก ที่จะส่งผลดีต่อการดึงดูดการลงทุน และความร่วมมือการค้าหลังจากนี้อีกมหาศาล” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว และว่า
นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศในอาเซียนเสนอตัวที่จะเป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไป อาทิ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ อีกทั้งอยากให้มีการจัดประชุมทุกปีแทนที่จะเป็น 2 ปีอย่างในอดีต

