ดึงเจ้าสัว “ธนินท์-เจริญ” ร่วมถกเวทีจีนโลก ปธ.หอค้าไทย-จีนเผยนักลงทุนสนใจเข้าร่วมคึกคัก ตั้งเป้าดึง 2 รัฐวิสาหกิจแดนมังกรลงทุนไทย
เมื่อวันที่ 11 มกราคม นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ชั้นนำร่วม 3,000 คน ครั้งที่ 16 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายนว่า องค์ประกอบของการประชุมแยกเป็น 3 วัน คือ วันที่ 24 มิถุนายน เป็นงานเลี้ยงต้อนรับชาวจีนจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน ซึ่งจะมีการแทรกการตกแต่งและอาหารที่มีความเป็นไทยและเป็นที่นิยมของชาวจีน เช่น ต้มยำกุ้ง วันที่ 25 มิถุนายน เป็นวันเปิดงาน จะมีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ และเอกชน กล่าวปาฐกถาและบรรยายพิเศษถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน อาทิ ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกล่าวเปิดงาน รวมถึงการบรรยายพิเศษจากซีอีโอระดับประเทศ อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น หรือกลุ่มทีซีซี
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่อการให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เข้าประชุม อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สมาคมการค้าต่างๆ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และจะมีการจัดสัมมนากลุ่มย่อยในประเด็นการค้า การลงทุน และอื่นๆ ซึ่งจะกำหนดต่อไป ส่วนวันที่ 26 มิถุนายน เป็นกิจกรรมพิเศษเพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้ผ่อนคลาย เช่น จัดตีกอล์ฟ ชมวัดสำคัญ พาชมสถานที่หรือแหล่งลงทุนตามที่นักลงทุนจีนให้ความสนใจ
“ภายหลังการมีข่าวหอค้าไทย-จีนเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ได้มีนักลงทุนจีนในไทยและนักลงทุนจีนในต่างประเทศ สอบถามและแสดงจำนงจะเข้าประชุม หลังจากช่วงตรุษจีน ทางหอการค้าฯจะออกหนังสือเชิญไปยังสมาคมต่างๆ ในจีนและทั่วโลก เฉพาะในจีนจะเชิญเจาะราย มณฑลทั่ว 22 มณฑล หากแต่ละมณฑลมีนักลงทุนสนใจเข้างาน 20-30 ราย จำนวนก็เกิน 1,000 รายแล้ว ยังไม่รวมกับนักลงทุนชาวจีนทั่วไปในทุกอุตสาหกรรม ก็อีก 1,500 ราย ชาวจีนที่ลงทุนในประเทศอื่นอีกประเทศละ 50-100 ราย รวมกับผู้ติดตามหรือพาครอบครัวมาด้วย จำนวนน่าจะเกิน 3,000 ราย อาจถึง 4,000-5,000 รายได้ ซึ่งศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสถานที่จัดประชุมรองรับได้เพียงพอ” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า แนวคิดการจัดงานครั้งนี้ เพราะต้องการเร่งการฟื้นตัวทุกมิติหลังโควิดคลี่คลาย และเพื่อให้นักธุรกิจชาวจีนโลกมารู้จักไทยมากขึ้น อีกทั้งต่อยอดการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แม้ในปี 2565 ยังมีเรื่องโควิดระบาด แต่ในช่วง 9 เดือน นักลงทุนจีนมาลงทุนในไทยยังมากถึง 4.5 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม การเกษตร แปรรูป สิ่งทอ โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนมีมูลค่าถึง 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากจีนประกาศเปิดประเทศเริ่มมีนักธุรกิจจีนติดต่อผ่านหอการค้าฯเพื่อมาเจรจาลงทุนในอนาคต เช่น บริษัทผลิตรถอีวี 2-3 ราย
“ในความตั้งใจเราอยากให้มีรัฐวิสาหกิจจีนมาลงทุนในไทยอย่างน้อย 2 ราย หากได้จริง น่าจะเกิดมูลค่าการลงทุนเป็นแสนล้านบาท เราเชื่อว่าจากปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจะเป็นประเทศฐานการผลิตของจีนที่สำคัญประเทศหนึ่ง” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์หลังจีนกำหนดเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมเป็นต้นมา ยังไม่เห็นการเดินทางของชาวจีนคึกคักอย่างที่คาดไว้ เพราะยังเป็นการเปิดแบบค่อยเป็นค่อยไป คืออนุญาตให้เดินทางของกลุ่มนักศึกษา นักธุรกิจ และเยี่ยมญาติ หรือการเข้ามาไทยเพื่อรักษาโรค ยังไม่ได้เปิดแบบจัดทัวร์ ถือว่ายังไม่เป็นการท่องเที่ยวแท้จริง คงต้องติดตามในเรื่องนี้ต่อไป
“การเปิดประเทศของจีนก็สร้างอารมณ์ต่อการตื่นตัวเที่ยว คาดว่าปีนี้จีนจะมาไทย 7-10 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทุกชาติอยู่ที่ 25-30 ล้านคน ที่เราต้องจับตาจากนี้ คือ จำนวนคนจีนเข้าใช้บริการตามโรงพยาบาลจนแน่นหนา และ การระบาดของโควิดยังต้องเข้มงวดมากขึ้น”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

