เงินบาทเปิดระดับ 33.34 ชี้มีโอกาสผันผวนอ่อนค่าช่วงรับรู้ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ วันนี้!
เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“ความหวังแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐจะชะลอตัวลง และสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ได้ช่วยให้ตลาดการเงินสหรัฐ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ต่อเนื่อง”นายพูน กล่าว
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทมองว่าผู้เล่นในตลาดต่างรอคอยรายงานเงินเฟ้อสหรัฐในวันนี้ ทำให้เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบ อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างวันก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะรับรู้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐ (ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เงินบาทมีโอกาสผันผวนในฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจอยากขายทำกำไรสถานะ Short USDTHB
ซึ่งจะเริ่มเห็นแรงขายบอนด์ระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติในวันก่อนหน้าถึง -6.2 พันล้านบาท นอกจากนี้ หากราคาทองคำย่อตัวลงใกล้แนวรับแถว 1,875 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ประเมินว่าผู้เล่นบางส่วนอาจเข้ามาทยอยซื้อทองคำบ้าง ทำให้อาจเห็นโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้
หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ ชะลอลงตามคาด หรือต่ำกว่าคาดจะช่วยหนุนให้ตลาดยิ่งมั่นใจว่า เฟดจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อาจเห็นภาพตลาดเปิดรับความเสี่ยง พร้อมกับการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ในกรณีนี้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าลงทดสอบโซน 33.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (หากผ่านแนวรับสำคัญถัดไปคือ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ)
นายพูน กล่าวว่า แต่หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐกลับไม่ได้ชะลอลงตามคาด ควรระวังความผันผวนในตลาดการเงิน เพราะผู้เล่นในตลาดอาจกลับมากังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินจะพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง หนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นรวดเร็ว (ดัชนีเงินดอลลาร์ หรือ DXY อาจรีบาวด์ขึ้นแตะระดับ 105 จุดอีกครั้ง) กดดันให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านสำคัญจะอยู่ 33.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ได้ไม่ยาก
ทั้งนี้ สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามไฮไลท์สำคัญ คือ รายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ เดือนธันวาคม โดยตลาดประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อาจชะลอลงสู่ระดับ 6.5% จากระดับ 7.1% ในเดือนก่อนหน้า ตามการปรับตัวลดลงของราคาพลังงาน ปัญหาซัพพลายเชนที่คลี่คลายลง รวมถึงการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาสินค้าและบริการหลายรายการตามการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐ
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน ก็จะชะลอลงสู่ระดับ 5.7% จากระดับ 6.0% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งภาพดังกล่าวอาจทำให้ผู้เล่นในตลาดมีความสบายใจมากขึ้นว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง จนอาจทำให้เฟดพิจารณาชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เหลือ 0.25% (ลดลงจาก 0.50% ในการประชุมเดือนธันวาคม 2565)

