หน้าแรก เศรษฐกิจ รฟท.แจงยิบใช้...

รฟท.แจงยิบใช้งบ 33 ล้าน ทำป้ายสถานีใหม่ เฉลี่ย 1.75 แสนบาท/ตัวอักษร ยันเหมาะสม ไม่แพงเกินจริง

12.01.23 | 17:52 น.

รฟท.แจงยิบใช้งบ 33 ล้าน ทำป้ายสถานีใหม่ เฉลี่ย 1.75 แสนบาท/ตัวอักษร ยันเหมาะสม ไม่แพงเกินจริง

ตามที่มีประเด็นข้อสงสัยของสังคม กรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการเปลี่ยนป้าย “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์”  มีการลงนามจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่ง โดยใช้งบประมาณ 33 ล้านบาทนั้น

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีผู้ที่แสดงความคิดเห็น และให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประเด็น จึงขอสรุปประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติม และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนี้

  • ที่มาของโครงการเป็นอย่างไร
  • ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เริ่มจาก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 การรถไฟฯได้รับแจ้ง
    จากกระทรวงคมนาคม ให้ทราบถึงการปรับเปลี่ยนชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง และปรับเปลี่ยนชื่อสถานีกลางบางซื่อ ประกอบด้วย
  • เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ชื่อว่า “นครวิถี”
  • เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ชื่อว่า “ธานีรัถยา”
  • สถานีกลางบางซื่อ ชื่อว่า “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” Krung Thep Aphiwat Central Terminal
  • ต่อมากระทรวงคมนาคม มีหนังสือวันที่ 5 ตุลาคม 2565 และวันที่ 6 ธันวาคม 2565 แจ้งให้การรถไฟฯเร่งรัดการดำเนินการติดตั้งชื่อ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” ​ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว​ โดยยึดปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องและหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด การรถไฟฯจึงได้ดำเนินการโดยให้เป็นไปตามกฎหมายตามภารกิจที่ได้รับโดยเคร่งครัด
  • การรถไฟฯดำเนินการจัดทำ TOR ถูกต้องตามขั้นตอนปกติและเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
  • หลังจากได้รับแจ้งจากกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 5 ตุลาคม 2565 การรถไฟฯได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานและกำหนดราคากลาง โครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) ราคากลาง และร่างเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560

โดยคณะกรรมการได้ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ในการดำเนินการจัดทำรายงานผลราคากลาง และดำเนินการเพื่อขออนุมัติ ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 9 และตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 21

ดังนั้น จึงขอยืนยันว่า การรถไฟฯมีการดำเนินการในขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) อย่างถูกต้องเคร่งครัดครบถ้วนทุกประการแล้ว

  • ขอบเขตของงานครอบคลุม ครบถ้วน และได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้านในทุกมิติ
    แล้วหรือไม่

คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงานและราคากลาง ได้กำหนดขอบเขตงานที่หลากหลาย ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่การเปลี่ยนป้ายชื่อเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดทำระบบไฟ งานรื้อถอน ที่มีความละเอียดอ่อนและต้องปรับปรุงอย่างระมัดระวัง รวมถึงมีการรับประกันความชำรุดบกพร่อง เพื่อให้โครงการเกิดความรอบคอบ เสร็จสิ้นเรียบร้อยตามกำหนด

Advertisement

เนื่องจากป้ายเดิม “สถานีกลางบางซื่อ” ถือเป็นป้ายขนาดใหญ่ ขณะที่ป้ายชื่อ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” มีความยาวของชื่อ และจำนวนตัวอักษรเพิ่มขึ้นจากเดิม อีกทั้ง ป้ายอักษรติดตั้งใหม่บนโครงสร้างอาคารสถานีจะต้องมีโครงเหล็กยึดตัวอักษรไว้ที่ด้านหลัง และมีความยากในการเจาะช่องทะลุผนังกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ที่หนากว่า 10 มิลลิเมตร เพื่อยึดตัวอักษรแต่ละตัวจึงจำเป็นต้องรื้อถอนผนังกระจกเดิม และติดตั้งผนังกระจกใหม่ที่มีช่องรองรับกับโครงสร้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ

“โดยเฉพาะการรื้อถอนป้ายสถานีกลางบางซื่อ (เดิม) งานรื้อผนังกระจก (เดิม) รวมถึงการติดตั้งป้ายสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ใหม่) และงานติดตั้งผนังกระจกนิรภัย (ใหม่) การติดตั้งกระเช้าไฟฟ้า (แขวนสะลิง) ยาว 6 เมตร รวมการย้ายจุดทำงาน จำนวน 4 กระเช้า (ชุด) ระดับความสูงของป้ายสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 28 เมตร ความสูงเทียบเท่าตึก 9 ชั้น งานติดโครงสร้างเหล็กเพิ่มที่ต้องยกขึ้นไปติดตั้งกว่า 13 ตัน เป็นงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังและต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับโครงสร้างอาคารสถานี และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ”

การติดตั้งป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์นั้น กำหนดให้มีจุดติดตั้งป้ายชื่อสถานีจำนวน 2 ฝั่ง ทั้งบริเวณโดมด้านหน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก โดยมีตัวอักษรรวมตัวสระภาษาไทยฝั่งละ 24 ตัวอักษร อักษรภาษาอังกฤษฝั่งละ 31 ตัวอักษร และ 1 ตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ ซึ่งหากรวมทั้ง 2 ฝั่ง จะมีการติดตั้งอักษรภาษาไทยรวมถึง 48 ตัวอักษร อักษรภาษาอังกฤษรวม 62 ตัวอักษร และ 2 ตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ ที่สำคัญ ขนาดตัวอักษรป้ายชื่อภาษาไทย มีขนาดใหญ่พิเศษ มีความสูงถึง 3 เมตร กว้าง 2.6 เมตร มีความยาวของป้ายใหม่ประมาณ 60 เมตร ตามจำนวนอักษร ในส่วนที่เป็นอักษรภาษาอังกฤษ มีความสูง 2.1 เมตร กว้าง 2.2 เมตร ซึ่งมีความทนทานต่อแดด และฝน รวมถึงซ่อนไฟแสงสว่างไว้ด้านหลังป้ายด้วย ขณะที่ตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ ยังมีความสูงถึง 7 เมตรเช่นกัน

  • รายละเอียดงานจ้างตามโครงการ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

โดยมีรายละเอียดงานจ้างที่ต้องดำเนินการ แบ่งเป็น 4 หมวดงาน คือ งานส่วนที่ 1 งานโครงสร้างวิศวกรรมงานส่วนที่ 2 งานสถาปัตยกรรม งานส่วนที่ 3 งานออกแบบรายละเอียดพร้อมรายการคำนวณ งานส่วนที่ 4 งานติดตั้งและรื้อถอนวัสดุปิดแทนกระจกระหว่างเปิดใช้งาน (งานเผื่อจ่าย : Provisional Sum)

ผู้รับจ้างยังต้องมีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการดำเนินงานให้แล้วเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์รวมถึงงานประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างของป้ายชื่อ (ใหม่) ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยสอดคล้องหรือใกล้เคียง ตามข้อกำหนดของโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต สัญญาที่ 1 ซึ่งมีระยะเวลาที่สัญญาจ้างกำหนดเป็นจำนวน 150 วัน รวมถึงการรับประกันผลงานในช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง 365 วัน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า นอกจากการรถไฟฯได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ คำนึงถึงมาตรฐาน และความปลอดภัยแล้ว การรถไฟฯยังคำนึงถึงความคุ้มค่าโดยกำหนดให้มีขอบเขตงานในส่วนของปริมาณงานหลัก และงานเผื่อจ่ายไว้ในสัญญา โดยในส่วนเงินค่าจ้างของงานแต่ละรายการจะจ่ายตามจำนวนที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งหมดนี้จะมีการควบคุมอย่างละเอียด

หากไม่จำเป็นต้องดำเนินการในส่วนใด การรถไฟฯก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะมีการเบิกจ่ายจริงไม่ถึง 33 ล้านบาท ตามกรอบวงเงินที่จัดจ้าง ซึ่งเงื่อนไขการชำระเงินค่าจ้างดังกล่าวได้มีการระบุในสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างไว้อย่างชัดเจนแล้ว 

  • ราคากลางได้มาอย่างไร ดำเนินการอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่

การรถไฟฯได้ดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบของกรมบัญชีกลางถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยรายละเอียดของราคากลาง เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 4 และมีการคํานวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ตามที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการของกรมบัญชีกลาง อีกทั้งยังปฏิบัติตามคู่มือแนวทางการประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ โดยได้เปิดเผยราคากลาง ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร และราคากลางในงานจ้างก่อสร้าง (แบบ บก.01) ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 33,169,726.39 บาท ซึ่งมีรายละเอียดตามภาพประกอบ ดังนี้ 

  • ราคากลางที่ได้มา มีความเหมาะสม คุ้มค่า แล้วหรือไม่

เนื่องจาก “โครงการจัดทำป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย” มีปริมาณงานที่หลากหลาย ไม่ได้มีเพียงแค่การเปลี่ยนป้ายชื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดทำระบบไฟฟ้าแสงสว่าง งานรื้อถอน การเปลี่ยนผนังกระจก โครงผนังกระจกอะลูมิเนียม ค่าการออกแบบด้านวิศวกรรมโครงสร้าง และรูปแบบการติดตั้งที่มีขอบเขตงานที่เกี่ยวกับการรื้อถอนของเดิมที่มีความละเอียดอ่อน และต้องปรับปรุงอย่างระมัดระวัง การติดตั้งของใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของอาคารสถานีที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ตลอดจนมีการกำหนด การรับประกันความชำรุดบกพร่องภายในขอบเขตงานอีก 365 วัน เพื่อให้โครงการเกิดความรอบคอบเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามกำหนด และคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งาน ความคุ้มค่าของงบประมาณ ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ตลอดจนให้เกิดความปลอดภัยต่อโครงสร้างสถานี ความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ และความเหมาะสมในการเป็นสถานีกลางฯ ที่สำคัญของประเทศ และภูมิภาค คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานและกำหนดราคากลางของโครงการฯ ได้พิจารณาดำเนินการทุกขั้นตอน โดยยึดหลักความถูกต้อง รอบคอบ โปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา และเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างเคร่งครัด จนได้มาซึ่งราคากลางที่เหมาะสม คุ้มค่า

ทั้งนี้ ถ้าเปรียบเทียบราคาเฉพาะการผลิตและการติดตั้งตัวอักษรชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ ซึ่งกำหนดเป็นราคากลางในปี 2565 จำนวนเงิน  19,642,043.52 บาท (ไม่รวมงานรื้อย้าย งานโครงสร้าง งานติดตั้งกระจก และงานอื่นๆ) ซึ่งมีจำนวนตัวอักษร และตราสัญลักษณ์รวม 112 ตัว คิดเป็นเงินเฉลี่ย 175,375.39 บาทต่อตัวอักษร หรือ 28,849.72 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับราคากลางป้ายสถานีกลางบางซื่อ (เดิม) ซึ่งกำหนดราคากลางเมื่อปี 2553 รวมเงินเฟ้อจากปี 2554-2565 เป็นเงินจำนวน 12,201,995.32  บาท ซึ่งป้ายสถานีกลางบางซื่อ (เดิม) มีจำนวนตัวอักษรรวม 70 ตัว คิดเป็นเงินเฉลี่ย 174,314.22 บาทต่อตัวอักษร หรือ 32,249.70 บาทต่อตารางเมตร จะเห็นได้ว่า ราคาป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสัญลักษณ์การรถไฟฯ เป็นราคาที่เหมาะสม ไม่ได้แพงเกินจริงตามที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด ซึ่งมีรายละเอียดตามภาพประกอบ ดังนี้

ดังนั้น การรถไฟฯจึงขอยืนยันว่าการได้มาซึ่งราคากลาง เป็นไปตามระเบียบและถูกต้องตามขั้นตอนต่าง ๆ และนำมาซึ่งราคาที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

  • วิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นวิธีการที่เหมาะสม ถูกต้อง และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแล้วหรือไม่

การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงในโครงการนี้ มีรายละเอียดการพิจารณาดังนี้

  1. ขอบเขตของงานที่ต้องดำเนินการที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
    งานติดตั้งตัวอักษรขนาดใหญ่ และมีจำนวนมาก พร้อมตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ ความยาวรวมทั้ง 2 ฝั่ง 140 เมตร รวมน้ำหนักตัวอักษร 10,804 กิโลกรัม มีน้ำหนักของโครงเหล็กรับตัวอักษร 13,014 กิโลกรัม และงานต่างๆ ตามขอบเขตของงานที่กำหนด รวมถึงการยกป้ายชื่อสถานีใหม่ทั้งสองฝั่งขึ้นติดตั้งบนความสูง 28 เมตร จึงพิจารณาเห็นว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการต้องมีความเข้าใจในหลักวิศวกรรมโครงสร้างของสถานีเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และไม่เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างของสถานี และความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
  2. พื้นที่ที่ติดตั้งป้าย และพื้นที่ทำงานปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย อยู่ในพื้นที่เปิดให้บริการประชาชน และอยู่ระหว่างการรับประกันความชำรุดบกพร่องของกิจการร่วมค้า เอส ยู ประกอบด้วย บริษัท ยูนิคเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งงานจ้างครั้งนี้ มีขอบเขตงานที่เกี่ยวกับการรื้อถอนวัสดุเดิมออก อีกทั้งต้องติดตั้งวัสดุใหม่ที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งมีความเสี่ยงอาจกระทบต่อโครงสร้างของสถานีที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และส่งผลต่อเงื่อนไขการรับประกันความชำรุดบกพร่องของอาคารสถานี
  3. ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมเป็นภารกิจที่มีความจำเป็น
    ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งเมื่อพิจารณาเหตุผลอื่นประกอบแล้ว การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
    โดยวิธีการเฉพาะเจาะจงในกรณีนี้ จึงเป็นการดำเนินการที่มีความเหมาะสม ถูกต้อง และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของการรถไฟฯ ประชาชน และประเทศเป็นสำคัญ 
  • หากไม่ดำเนินการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง จะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง

การรถไฟฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติทั้งในเรื่องของ

  1. ความเสี่ยงอันจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และความปลอดภัยโดยรอบด้านของประชาชนผู้ใช้บริการทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ (เดิม) สำเร็จมาแล้ว จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเข้าใจในหลักวิศวกรรม รายละเอียด และจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษของโครงสร้างของสถานีเป็นอย่างดี
  2. ความเสียหายทั้งในแง่ทรัพย์สิน และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันผลงานในช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่องที่ยังมีอยู่ตามวาระในสัญญา ซึ่งการติดตั้งป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ ที่อยู่ในการรับประกันความเสียหาย ย่อมเป็นผลดีกว่าการปฏิบัติงานโดยที่ไม่มีความคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรัดกุม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของการรถไฟฯ

การรถไฟฯขอยืนยันว่าการจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ใช้ดุลพินิจภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน และมองในทุกมิติ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56 (2) (ค) ที่ให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดจ้างจากผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว อีกทั้ง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ยังเป็นคู่สัญญา และเป็นบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างของสถานีเป็นอย่างดี อันจะลดความเสี่ยง ทำให้เกิดความปลอดภัย และไม่เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างของสถานี และความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ จึงเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมถูกต้องแล้ว

  • กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ ได้ดำเนินการเพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน อย่างไรบ้าง

กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็นที่อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประเด็น จึงได้ตอบชี้แจงในประเด็นข้อสงสัยไปแล้ว รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างในโครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนมาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในขณะเดียวกัน การรถไฟฯได้มีการชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติมรวมกันอีกหลายครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในโครงการอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมกับคำนึงถึงประโยชน์การใช้งาน ความคุ้มค่าของงบประมาณ และความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมเป็นสำคัญ ในระหว่างที่ยังมีข้อสงสัยในประเด็นการดำเนินการเปลี่ยนป้าย และยังอยู่ในระหว่างการรอความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯของกระทรวงคมนาคม เพื่อแสดงถึงจุดยืนและความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้น การรถไฟฯจึงได้สั่งการให้ผู้รับจ้างระงับงานรื้อย้าย จัดหา และติดตั้งงานก่อสร้างปรับปรุงเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีความชัดเจนทั้งในด้านความถูกต้องครบถ้วน และรอรับฟังความเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อันแสดงให้เห็นถึงการยึดหลักความโปร่งใส ซื่อสัตย์ มีธรรมาภิบาล และการดำเนินการทุกประการอย่างรอบคอบ

ท้ายนี้ นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ยืนยันเพิ่มเติมว่า สิ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการในทุกกระบวนการที่ผ่านมานั้น เป็นไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม ผ่านกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรอง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรงไปตรงมา ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และตามหลักธรรมาภิบาลทุกประการ จึงขอให้ความมั่นใจว่า โครงการจัดทำป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐ และประชาชนเป็นสำคัญ อีกทั้ง
ยังถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทุกประการ พร้อมกับได้คำนึงถึงความสวยงาม ความปลอดภัย โปร่งใส เหมาะสมต่อการเป็นศูนย์กลางระบบรางที่ดีที่สุดในประเทศและภูมิภาคต่อไป