‘บาจา’ เครื่องร้อน ยอดขายปี 65 โต 75% แซงหน้าตลาดรวมร้องเท้า ชิงเปิดเกมรุกทุกด้าน ตั้งเป้าปีนี้โตอีกเท่าตัว

12.01.23 | 18:54 น.

วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรองเท้าได้รับผลกระทบมากว่า 2 ปี จนเมื่อมีการผ่อนคลายจากมาตรการสถานการณ์โควิด-19 ช่วงครึ่งปีหลัง 2562 ส่งผลให้ตลาดรองเท้ามีการแข่งขันอย่างดุเดือด มีการคาดการณ์การเติบโตจากที่เคยคาดกันที่ 6% เป็น 20% แต่ทางแบรนด์บาจาเติบโตเร็วกว่าตลาดด้วยอานิสงส์ของการกลับมาเปิดเรียนตามปกติอีกครั้ง และคนทำงานกลับไปที่ทำงานที่ออฟฟิศมีการเดินทางออกจากบ้าน ทำให้ลูกค้ามีความต้องการรองเท้ามากขึ้น ปี 2565 บาจามีอัตราเติบโตถึง 75%

“นอกจากนี้ การทำแคมเปญรุกในช่วงครึ่งปีหลังทำให้เราเริ่มขยายฐาน ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ปีที่แล้วมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 600,000 คน โดยลูกค้าใหม่ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน และวัยคุณแม่ยังสาว ทั้งนี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จะได้เห็นอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์หลายๆ แบรนด์เลือกประเทศไทยเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการขยายร้านค้าและแฟล็กชิพสโตร์มากมาย สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวและแนวโน้มการเติบโตของตลาดแฟชั่นในไทย โดยบาจาเองได้เปิดร้านใหม่เพิ่มเติม 12 สาขา รวมเป็น 230 สาขา และยังได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ทั้งทาง www.bata.co.th รวมทั้งแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee”

วิลาสินี กล่าวถึงกลยุทธ์แคมเปญ Surprisingly Bata ของปีที่ผ่านมา บาจาได้รับการตอบรับอย่างดี ทำให้แบรนด์ได้รับ Share of Voice and Engagement ผ่านทางแคมเปญต่างๆ มีคนพูดถึงในโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก ในปีนี้ บาจามีความมั่นใจว่าตลาดรองเท้าจะกลับมาฟื้นตัวเกือบเท่าช่วงก่อนโควิด จึงตัดสินใจเพิ่มงบการตลาดขึ้นเท่าตัว เพื่อเร่งขยายฐานลูกค้าจากเดิมอีกเท่าตัว มุ่งเน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยการนำสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มเติม และเพิ่มช่องทางการสื่อสารไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้มากขึ้น รวมถึงยังเลือก “เบลล่า-ราณี” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์รองเท้าอันดับ 1 ภายใน 3 ปี นอกจากนี้ ยังเปิดตัว Friend of Bata คู่ใหม่ ได้แก่ “ซี-พฤกษ์ พานิช” และ “นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” พร้อมเปิดแคมเปญ “Surprisingly Bata CinderBella” หวังเจาะกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังมีการเผยโฉม BATA club เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าเดิม ตลอดจนการทำ CRM เต็มรูปแบบในส่วนของสินค้า อีกทั้งเร่งขยายสาขาเพิ่มอีก 15 สาขา และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มจาก Tiktok และ Line

“การดึงคุณเบลล่า-ราณี มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทยในรอบเกือบ 100 ปีของบาจาที่นี่ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจากคุณเบลล่ามีภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์ และมีภาพลักษณ์ในการดึงฐานผู้บริโภคใหม่ๆ จากโลกออนไลน์ให้ใกล้ชิดกับแบรนด์บาจาได้มากขึ้น เพราะปีนี้บาจามุ่งเจาะ Omni Channel อย่างเต็มตัว ทางบาจาได้มีการลงทุนเทคโนโลยีออนไลน์ต่างๆ ไปตั้งแต่ปีก่อน โดยหนึ่งในคีย์หลักสำคัญ คือ ISS (in-store sales) เป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์ & ออฟไลน์อย่างแท้จริง ให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์อย่างดีที่สุด ดังนั้นในปีนี้ Omni Channel จะเป็นสิ่งที่โฟกัส เป็นการทำให้การ shopping กับบาจาไร้รอยต่อระหว่างช่องทางอย่างเต็มตัว”

 

Advertisement