พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า เมกาบางนามีนโยบายเรื่องการทำธุรกิจแบบยั่งยืน ด้วยการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งเมกาบางนาจนถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเทรนด์การดูแลและใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Green Business) ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงหลาย ๆ องค์กรเริ่มให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีส่งผลกระทบกระทบโดยตรงอย่างธุรกิจอุตสาหกรรมและยานยนต์ คาดการณ์ว่าในปี 2565 จะมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV มากกว่า 15,000 คัน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรณรงค์ให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV นั้น นับเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เมกาบางนาเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญ เปิดให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง ECO-FRIENDLY OPERATIONS ของเมกาบางนา ซึ่งไม่เพียงเป็นการใช้พลังงานสะอาด ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์เทรนด์ความต้องการและช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV ได้อีกด้วย
พลินี กล่าวว่า เมกาบางนาได้เปิดให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในเฟสแรก จำนวน 9 ช่องจอด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา และจะขยายเพิ่มอีก ภายในปีนี้
“ตลอด 10 ปีของการก่อตั้งเมกาบางนา เราใช้งบลงทุนในการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พลังงานและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน รวมเงินลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น การลดการใช้สารเคมีในการทำความเย็นภายในอาคารทั้งหมด การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รวมเกือบ 17,000 แผงเต็มพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร บนหลังคาของศูนย์การค้า การสร้างสวนสาธารณะเมกา พาร์ค และการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียมาตรฐานระดับสากล เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและโลกของเรา”
พูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเปิดให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่เมกาบางนาในครั้งนี้ นับเป็นการมุ่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ At Home, At Work, At Play, At Travel ซึ่งเมกาบางนานับเป็น Strategic Location สำคัญในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกที่มีผู้ใช้บริการรถยนต์ EV เป็นจำนวนมาก ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ และยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักเดินทางก่อนที่จะเดินทางไปยังภาคตะวันออก ซึ่งมีเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า ปอร์เช่ ยึดมั่นในคำสัญญาด้านการขับเคลื่อนอนาคตของการคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์การลดสารประกอบคาร์บอน โดยภายในปี 2573 (ปี ค.ศ. 2030) กว่า 80% ของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ คือรถพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ รองรับการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จสาธารณะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเลือกเมกาบางนาในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ติดตั้งสถานีชาร์จ
ทั้งนี้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมกาบางนา จำนวน 9 ช่องจอด จะตั้งอยู่ที่จอดรถบริเวณทางเข้าโฮมโปร ชั้น G และอาคารจอดรถเมกา ฟู้ดวอล์ค ชั้น 1 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.0 0 – 22.00 น. โดยเป็นหัวชาร์จ Type 2 มาตรฐานในประเทศไทยที่ใช้ได้กับรถยนต์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่น (ยกเว้น Mitsubishi Outlander และ Nissan) ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลด Evolt Application ทั้งระบบ IOS และ Android เพื่อลงทะเบียนสมัครใช้งาน

