ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ว่า ก.ล.ต.ขอให้ผู้ถือหุ้น บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) (GL) ศึกษาข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงกัน เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในต่างประเทศมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวนเกือบ 700 ล้านบาท และไปใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2559 เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่าแม้การเข้าซื้อหุ้นและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพให้บริษัทต่างประเทศจำนวน 3 รายการจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท แต่ราคาที่เข้าซื้อยังสูงกว่าราคาเหมาะสมผู้ถือหุ้นจึงไม่ควรอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าวทั้งหมด
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมกับซักถามผู้บริหารถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนในการประกอบการตัดสินใจด้วย รายการดังกล่าวข้างต้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
สำหรับรายละเอียดที่บริษัทจะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้อนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกัน 3 รายการ ได้แก่ 1.ซื้อหุ้นของบริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) ประมาณ 30% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งเกือบทั้งหมดจะซื้อจากบริษัท Creation Investments Sri Lanka LLC (Creation SL) ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน รวมมูลค่ารายการประมาณ 1,866 ล้านบาท 2.ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท BG Microfinance Myanmar Co., LTD (BGMM) โดยส่วนหนึ่งเป็นการซื้อจาก CCF ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันในสัดส่วน 28% มูลค่ารายการประมาณ 78 ล้านบาท และ 3.เสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพแก่ Creation SL ในจำนวนประมาณ 693 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท เห็นว่าเป็นโอกาสของบริษัทในการขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในต่างประเทศ ส่วนการออกหุ้นกู้แปลงสภาพนั้นก็เป็นแผนการระดมทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เห็นว่า แม้การทำรายการดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์ต่อบริษัท และผู้ถือหุ้นโดยรวมในการเพิ่มศักยภาพและขยายธุรกิจในต่างประเทศ แต่เมื่อประเมินราคาของแต่ละรายการแล้วมีความเห็นว่า ในรายการที่ (1) เกี่ยวกับราคาที่จะเข้าซื้อ CCF ที่ 26.35 บาทต่อหุ้นนั้น ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระประเมินราคาที่เหมาะสมอยู่ที่ 16.64-17.46 บาทต่อหุ้น สำหรับรายการที่ (2) ราคาเข้าซื้อหุ้น BGMM ที่ 199.79 บาทต่อหุ้นนั้นที่ปรึกษาฯ ประเมินราคาที่เหมาะสมที่ 124.66-129.34 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ ในรายการที่ (3) สำหรับการออกหุ้นกู้แปลงสภาพนั้น อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้แปลงสภาพที่จะออกครั้งนี้อยู่ที่ 5% โดยยังไม่รวมมูลค่าของสิทธิในการแปลงเป็นหุ้นสามัญ ในขณะที่ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ปกติของบริษัทที่ความเสี่ยงระดับเดียวกันอยู่ที่ 2.10-3.37%

