หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กองทรัสต์ SS...

‘กองทรัสต์ SSTRT’ โอนทรัพย์สินรับปีกระต่ายทอง หนุนมูลค่าทรัพย์สินแตะ 1,700 ลบ. 

18.01.23 | 17:10 น.

‘กองทรัสต์ SSTRT’ โอนทรัพย์สินรับปีกระต่ายทอง หนุนมูลค่าทรัพย์สินแตะ 1,700 ลบ.

นายเอกชัย ลิ้มศิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอสที รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทย (“SSTRT”) เปิดเผยว่า ภายหลังที่กองทรัสต์ SSTRT ได้มีการเสนอขายหน่วยทรัสต์ในการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 จำหน่ายได้ 34.9 ล้านหน่วย รวม 202,420,000 บาท และได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินมูลค่า 190 ล้านบาท โดยหลังจากการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้แล้วกองทรัสต์ฯ จะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คลังเอกสาร งานระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้นรวมเป็น 18 อาคาร จากทรัพย์สิน ณ ปัจจุบัน จำนวน 14 อาคาร ส่งผลให้มีมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ฯ แตะที่ระดับ 1,700 ล้านบาท ถือเป็นกองทรัสต์ฯ เพียงรายเดียวในประเทศไทยที่เป็นกองทรัสต์ประเภทคลังเอกสาร และเป็นกองทรัสต์ประเภท Freehold 100%

ทั้งนี้ ทรัพย์สินมูลค่า 190 ล้านบาท ประกอบด้วย ที่ดิน 4 ไร่ 1 งาน 68.9 ตารางวา และ อาคารคลังเอกสาร จำนวน 4 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารเก็บรักษาเอกสาร (Document Storage Services Center) ให้กับบริษัท ห้างร้าน และหน่วยราชการต่าง ๆ อาทิ 1.อาคารคลังเอกสารหมายเลข 36 พื้นที่อาคารประมาณ 1,750 ตารางเมตร 2.อาคารคลังเอกสารหมายเลข 37 พื้นที่อาคารประมาณ 1,750 ตารางเมตร 3.อาคารคลังเอกสารหมายเลข 38 พื้นที่อาคารประมาณ 1,750 ตารางเมตร และ 4.อาคารคลังเอกสารหมายเลข 39 พื้นที่อาคารประมาณ 1,750 ตารางเมตร พร้อมทั้งได้นำทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ออกให้ SST เช่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับส่วนของหุ่นเพิ่มทุนได้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

“คาดว่าจะสามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทน ประมาณ 0.41 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 คิดเป็นอัตราจ่ายประโยชน์ตอบแทน (Dividend Yield) 7% ซึ่งถือเป็นระดับผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเหมาะสมกับแนวโน้มการเติบโตของคลังเอกสารที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว” นายเอกชัย กล่าว

นายเอกชัย กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการใช้คลังเอกสารยังคงมีทิศทางที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยยังมีข้อบังคับทางกฎหมาย และกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องเก็บเอกสารไว้ เพื่อตรวจสอบหรืออ้างอิงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันทางการเงิน (แบงก์) กลุ่มประกัน กลุ่มค้าปลีก (ห้างสรรพสินค้า) ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบต้นฉบับกระดาษ อาทิ เอกสารทางบัญชี เอกสารทางการเงิน เอกสารนิติกรรมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ กำกับดูแล และสืบค้นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างน้อย 5-10 ปี อย่างไรก็ตาม ในอนาคต SST ยังมีพื้นที่คลังหลายหลัง รวมถึงมีที่ดินเปล่ารอการพัฒนาเป็นคลังสินค้าและคลังเอกสารอีก 17 ไร่ ซึ่งพร้อมให้ทางกองทรัสต์เข้าลงทุนหากสนใจ จากปัจจัยดังกล่าวเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของทั้ง SST และ กองทรัสต์ SSTRT

Advertisement