เงินบาทเปิด 32.86 ‘แข็งค่าขึ้น’ หลังตลาดหวั่นสหรัฐผิดนัดชำระหนี้กดดันดอลล์อ่อนค่า
เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.86 บาทต่อเหรียญสหรัฐ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.05 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-33.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินบาทนั้น ส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากทั้งการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ และโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินนั้นยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงอยู่ ทำให้คงมุมมองเดิมว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนอ่อนค่าได้บ้าง (โดยรวมยังเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ)
นอกจากนี้ ยังคงเห็นการทยอยปิดสถานะ Short USDTHB ของผู้เล่นต่างชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งได้สะท้อนผ่านแรงขายบอนด์ระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง (ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติทยอยขายสุทธิบอนด์ระยะสั้น วันละไม่น้อยกว่า 6 พันล้านบาทโดยเฉลี่ย)
อย่างไรก็ดี แม้ว่าเงินบาทอาจผันผวนในฝั่งอ่อนค่าบ้าง แต่ประเมินว่าเงินบาทยังคงมีแนวต้านสำคัญในโซน 33.20-33.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้เล่นในตลาดต่างรอทยอยขายเงินเหรียญสหรัฐและเพิ่มสถานะ Short USDTHB
ขณะเดียวกันมองว่าแนวรับของเงินบาทก็ยังคงอยู่ในโซน 32.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงทิศทางค่าเงินบาท อาทิ ตลาดการเงินพลิกกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น อาจจะด้วยรายงานผลประกอบการที่สุดท้ายออกมาดีกว่าคาด หรือ ตลาดเลิกกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เป็นต้น
นายพูน กล่าวว่า ด้านตลาดค่าเงิน แม้ตลาดจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ทว่าเงินเหรียญสหรัฐกลับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ทำให้ล่าสุด ดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ย่อตัวลงสู่ระดับ 102 จุด ซึ่งมองว่าผู้เล่นในตลาดอาจเลือกที่จะเข้าไปถือสินทรัพย์อื่นแทนการถือเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากในช่วงนี้ เงินเหรียญสหรัฐอาจเผชิญปัจจัยกดดันจากปัญหาเพดานหนี้สหรัฐฯ (Debt Ceiling) ซึ่งสภาคองเกรสยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ได้ เพิ่มความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้ในช่วงเดือนมิถุนายน
“สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ผ่านถ้อยแถลงของประธานอีซีบี (Christine Lagarde) รวมถึงเจ้าหน้าที่ของอีซีบีท่านอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดก็จะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของเฟดเช่นกัน”นายพูน กล่าว

