หลากเสียงสะท้อนหลังเปิดให้บริการรถไฟทางไกลจาก ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’ วันแรก ทั้งดีเลย์ ควัน ไม่มีป้ายบอกสถานะรถไฟ ขณะที่ รฟท. แจงล่าช้า เหตุตู้โดยสารชำรุด
หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง-ปลายทางของขบวนรถไฟทางไกล สายเหนือ ใต้ อีสาน ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว จำนวน 52 ขบวน จากสถานีหัวลำโพง มาที่สถานีกลางบางซื่อ หรือสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เต็มรูปแบบในวันที่ 19 มกราคม 2566 เป็นวันแรก
ปรากฏว่า มีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการอย่างกว้างขวางซึ่งมีทั้งชื่นชมที่พื้นที่กว้างขวางที่มีกว่า 12 ชานชาลา, มีจุดชาร์จแบตมือถือตั้งอยู่ทั่วพื้นที่ที่นั่งรอรถไฟ

ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนว่าแต่น่าเสียดายที่ไม่มีป้ายสถานะรถไฟเลย
“คนกั้นก็กั้นห้ามขึ้นไป คนประกาศก็ประกาศแต่ว่า ‘ล่าช้า’ พนักงานก็พูดเป็นแต่รอประกาศ” เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการในวันแรก

นอกจากนี้รถไฟทางไกล สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์(กลางบางซื่อ)-เชียงใหม่ ออกเดินทางดีเลย์ 3 ชั่วโมง

ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่รอที่สถานีรถไฟดอนเมือง ต้องนั่ง นอนบนเก้าอี้ และนอนรอบนพื้นชานชาลา

หลายคนจึงอยากให้ปรับปรุงเรื่องของการตรงเวลาโดยให้เหตุผลว่าโครงการรถไฟสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อหรือสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นโครงการที่จะยกระดับคุณภาพรถไฟให้ตรงเวลาโดยลดจำนวนตัดเสมอระดับบริเวณถนนเชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิตซึ่งจะช่วยลดเวลาที่ขบวนรถไฟจะต้องหยุดรอเพื่อผ่านทางตัด ผู้ใช้บริการจึงคาดหวังว่าเมื่อนำขบวนรถทางไกลขึ้นไปวิ่งบนทางยกระดับแล้ว ก็จะมีความตรงเวลามากขึ้น

ความล่าช้าของขบวนรถไฟ ถึงกับมีคนรวบรวมข้อมูล ดังนี้ รถด่วน กรุงเทพอภิวัฒน์-ตรัง ล่าช้า 253 นาที, รถเร็ว กรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ ล่าช้า 193 นาที , รถเร็ว กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ล่าช้า 199 นาที และรถด่วน กรุงเทพอภิวัฒน์-นครศรีธรรมราช ล่าช้า 120 นาที
ขณะที่บางคนตั้งข้อสังเกตถึงควันที่เต็มอาคาร “เปิดเดินทางไกลวันแรกก็ควันท่วมเลย สงสารพนักงานบนชานชาลามาก”
ตายห่าละการรถไฟ เปิดเดินทางไกลวันแรกก็ควันท่วมเลย สงสารพนักงานบนชานชาลามาก pic.twitter.com/PLjVfWPZaP
— tg (@ora_tg) January 19, 2023
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความล่าช้าดังกล่าว ทำให้สื่อต่างชาติรายงานเหตุความล่าช้าของขบวนรถไฟทางไกลที่เดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในวันแรกของการเปิดให้บริการเดินรถไฟทางไกลที่สถานีแห่งนี้ ว่าเนื่องจากต้องรอรัฐมนตรีมาปล่อยขบวนรถไฟปฐมฤกษ์ และไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวขึ้นขบวนรถไฟไม่ทันหลายราย
โดยนายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงว่า ความล่าช้าของขบวนรถไฟไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการเดินรถทางไกลแต่อย่างใด เนื่องจากขบวนรถไฟที่ล่าช้าเป็นขบวนรถคนละประเภทและคนละขบวนกัน
นายเอกรัช ชี้แจงอีกว่าสาเหตุที่เกิดความล่าช้าของขบวนรถไฟ แม้การรถไฟฯ จะเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนการเดินรถ การเปลี่ยนถ่ายขบวนรถมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยอมรับว่ายังมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น คือ ขบวนรถที่ล่าช้าเกิดจากสาเหตุ ฝ่ายการช่างกล ได้แจ้งว่ามีตู้โดยสารของขบวนดังกล่าวชำรุด ทำให้ต้องสับเปลี่ยนตู้โดยสารกับขบวนรถอื่นๆ แทน ทำให้ขบวนรถล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่การรถไฟฯ พยายามผลักดัน และขอจัดซื้อตู้โดยสารใหม่ๆ เพื่อนำมาให้บริการแก่พี่น้องประชาชน ทดแทนตู้โดยสารเก่าซึ่งมีอายุการใช้งานมานานมากแล้ว
นายเอกรัช กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ไม่มีการแจ้งเตือนให้แก่นักท่องเที่ยวทำให้ผู้โดยสารขึ้นขบวนรถไม่ทันหลายรายนั้น การรถไฟฯ ขอยืนยันว่า การรถไฟฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก ประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลข่าวสารแนะนำการให้บริการและมีการประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียงตลอดเวลา ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ไม่พบว่ามีผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวขึ้นขบวนรถไม่ทันแต่ประการใด
“การรถไฟฯ ยินดีน้อมรับฟังทุกคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้โดยสารทุกคนเพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนคนไทยทุกคนต่อไป ทั้งนี้ การรถไฟฯ ต้องขออภัยผู้โดยสารในความไม่สะดวกจากเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้” นายเอกรัช กล่าว


