นายกึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา “TMA DAY 2016 Business Transformation Reinventing the Company for Digital Disruption” ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ว่านับจากนี้หากมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าเข้ามาทดแทนเทคโนโลยีเดิม หรือการทำลายล้างทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) คนจะหันมาใช้งานและทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก จะส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจธนาคาร ซึ่งธนาคารจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะผู้ใช้บริการจะทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ (โมบายแบงกิ้ง) เป็นหลัก ส่งผลให้การใช้บริการผ่านสาขาเป็นรอง โดยปัจจุบันเริ่มมีให้เห็นแล้ว จึงทำให้ธนาคารต่างๆ ได้ปรับตัวด้วยการปิดสาขาธนาคารบางแห่งไปบ้างแล้ว
“คาดว่าในอีก 2 ปี เทคโนโลยีบล็อกเชน หนึ่งในเทคโนโลยีฟินเทค จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการให้บริการของธนาคารทั้งในและระหว่างประเทศ และจะมีผลต่อลูกค้าในการทำธุรกรรมหรือสัญญาต่างๆ ซึ่งลูกค้าสามารถทำแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เลย นอกจากนี้ คาดว่าบล็อกเชนอาจทำให้เกิดเงินสกุลใหม่ๆ ขึ้นมา” นายกึกก้องกล่าว
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางธนาคารกำลังพัฒนาการให้บริการโมบายแบงกิ้ง สำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยบริการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโมบายแบงกิ้งของทางธนาคารกสิกรไทย ขณะนี้มีตัวต้นแบบของโปรมแกรมแล้ว กำลังพัฒนาให้เสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะออกสู่ตลาดให้ใช้บริการได้ใน 4-5 เดือนข้างหน้านี้ หากทำได้สำเร็จจะเป็นโปรแกรมแรกของโลกที่ให้บริการโมบายแบงกิ้ง ที่ผู้บกพร่องทางการมองเห็นจะได้ใช้เทคโนโลยีผ่านโทรศัพท์มือถือแบบไม่เคยมีประสบการณ์จากที่ไหนมาก่อน ปัจจุบันมีผู้บกพร่องทางการมองเห็นอยู่ประมาณ 1,000 ล้านคนทั่วโลก ส่วนประเทศไทยมีอย่างน้อย 4-5 ล้านคน
“ลักษณะการใช้งานโมบายแบงกิ้งสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็นนั้น สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สามารถทำธุรกรรมผ่านเสียง การสัมผัสหน้าจอ รวมถึงเทคโนโลยีระบบโต้ตอบการสัมผัส เป็นต้น การเพิ่มบริการนี้เข้ามาในโมบายแบงกิ้งเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มดังกล่าว และเป็นการสร้างการตระหนักรู้ทางเทคโนโลยีว่ามีคนบางกลุ่มที่ถูกละเลย” นายธีรนันท์กล่าว

