หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าไทยในจีน...

หอค้าไทยในจีน ส่งสัญญาณต้นก.พ. คนจีนแห่บินเที่ยวไทย โอกาสทะลุเดือนละล้าน

22.01.23 | 21:16 น.
แฟ้มภาพ China Southern Airlines - Thailand

หอค้าไทยในจีน ส่งสัญญาณต้นก.พ. คนจีนแห่บินเที่ยวไทย โอกาสทะลุเดือนละล้าน

นายไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน และอุปนายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลจีนอนุญาตให้เอเย่นต์จัดทัวร์กลุ่มเข้าออกต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 จะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยมาก จะทำให้คนจีนมาเร็วและแรงกว่าปกติ เร็วคือรัฐบาลจีนเปิดให้คนจีนออกเดินทางนอกประเทศเร็วกว่าคาดการณ์ไว้ แรงคือไม่แค่จะเห็นจำนวนคนจีนที่มีอารมณ์อยากเที่ยวเมืองไทยอั้นมา 2-3 ปี แต่เป็นกลุ่มที่ไม่พอใจมาตรการตรวจเข้มของคนจีนที่จะเข้าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเดิมเป็นประเทศที่คนจีนตอนบนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ไทยก็จะได้กลุ่มนี้ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมและสายการบินรองรับได้เพียงพอ คาดว่าสายการบินต่างๆจะกลับมาบินได้ 100% ในเดือนมีนาคม ซึ่งสายการบินของจีนมีแผนเพิ่มเส้นทางและเที่ยวบินมากกว่าเดิมด้วย

” ตอนนี้จะเห็นกลุ่มบริษัททัวร์นำเที่ยวของไทยและของจีน หารือกันแล้ว ซึ่งก่อนกลางเดือนกุมภาพันธ์ไทยจะมีการจัดงานแฟร์ด้านท่องเที่ยว เชื่อว่าจะเป็นเวทีใหญ่ที่มีผู้บริหารระดับสูงไทยกับจีนพูดคุยในการจัดทำแคมเปญและแผนการท่องเที่ยวระหว่างกัน นอกจากนี้ จะมีการจัดงานอีกหลายงานในไทย อาทิ การประชุมชาวจีนโลกในเดือนมิถุนายน การประชุมชาวจีนโพ้นทะเล ที่จะมีผู้บริหารระดับสูงชาวจีนที่ออกไปลงทุนทั่วโลกมาร่วมงานในไทย งานนี้ไม่น่าจะมากกว่า 5 พันคน รวมกับครอบครัวและผู้ติดตามรวมแล้วว่าจะ 2 หมื่นคน อีกช่วงที่คนจีนหยุดยาว 5-7 วันคือหยุดฉลองวันแรงงานในเดือนพฤษภาคม ปัจจัยต่างๆนี้จะทำจำนวนคนจีนมาเที่ยวไทยเกิน 8 ล้านคนในปีนี้ อาจถึง 10 ล้านคน หากเที่ยวบินเพียงพอและราคาตั๋วโดยสารถูกลงกว่าปัจจุบันไปใกล้เคียงก่อนเกิดโควิด เชื่อว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมจะเห็นคนจีนมาเที่ยวไทยเฉลี่ย 1 ล้านคนต่อเดือน ” นายไพจิตร กล่าว

นายไพจิตร กล่าวต่อว่า ตั้งแต่รัฐบาลจีนปลดล็อกให้คนจีนที่ไม่ใช่กลุ่มทัวร์เดินทางนอกประเทศได้ตั้งแต่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีคณะตัวแทนรัฐบาลจีนที่มีพร้อมกับนักธุรกิจมาพบปะกับคณะกรรมการหอการค้าฯและสมาคมฯที่ตนเป็นกรรมการ แล้ว 4-5 คณะ เพื่อเข้ามาสอบถามและเก็บข้อมูลสถานการณ์การค้าการลงทุนของไทย หลังจากปิดประเทศไม่ได้เดินทางเจอกันตั้งแต่เกิดโควิดร่วม 3 ปี เชื่อว่าจะนำไปประกอบกับนโยบายหลังประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และนาย สี จิ้นผิง เป็นผู้นำประเทศต่อเป็นสมัยที่ 3 และการเยือนไทยของนายสี ในการประชุมผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพปีก่อน แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจที่จะขยายการค้าการลงทุน ซึ่งมีประเด็นต้องติดตาม ที่จะทำให้ไทยได้เปรียบและเสียเปรียบได้ หากรับมือไม่ทัน คือ ความขัดเแย้งการเมืองระหว่างประเทศจนส่งผลแยกขั้วทางการค้า เป็นโอกาสนานาชาติจะลงทุนตั้งฐานผลิตในไทย รวมถึงนโยบายจีนตอนนี้เน้นการขยายตัวการบริโภคในประเทศ จะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไทย ส่วนการขยายลงทุนในจีนไทยอาจเข้าถึงได้ยาก ตรงกันข้ามอาจเห็นการมาลงทุนของจีนในไทยเพิ่มและมากขึ้นใน 1-2 ปีจากนี้ เบื้องต้นผลการปลดล็อกของจีนจะดีต่อภาคการค้าและลงทุนของไทย 5-6% ส่วนตัวแปรหลักคือค่าเงินบาทแข็ง

นายไพจิตร กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลหลังจีนเปิดประเทศ นั้น บางส่วนกังวลการแพร่ระบาดของโควิด แต่เชื่อว่าคนไทยมีภูมิป้องกันและส่วนใหญฉีดวัคซีนกันแล้ว ทั้งปกติคนไทยยังปฎิบัติการป้องกันเชื้ออยู่แล้ว ทั้งใส่แมส ฉีดแอลกอฮอลล์ และตรวจเอทีเค แต่กังวลเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่มาก และอาชญากรรมยังกระจายไปทั่ว อาจกระทบต่อมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย การฟื้นพื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานไม่เร็วพอ ส่วนการส่งออกไปจีนวันนี้จะปรับตัว เพราะพฤติกรรมการบริโภคจีนเปลี่ยนแปลงในยุคหลังโควิด คนจีนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นธรรมชาติ สุขอนามัย ความปลอดภัย ความสะดวก และความคุ้มค่า ปัจจัยนี้เป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย และสินค้าส่วนใหญ่ของไทยยังมีลักษณะเป็นสินค้าขั้นปฐมและชิ้นส่วนอุปกรณ์ ไม่ค่อยมีการสร้างแบรนด์ และมีปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา