‘บิ๊กฉัตร’หวังอียูปลดธงเหลืองไอยูยูปีหน้า-ปลื้มส่งคณะทำงานย่อยแจงปัญหาอียูค่อนข้างพอใจ

30.11.16 | 15:24 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดย่อย ซึ่งมีนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงเป็นหัวหน้าคณะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากมีกรมเจ้าท่า และกระทรวงแรงงานเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป (อียู) ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อหารือและรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) อย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น ถือว่าได้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างหน้าพอใจ โดยผลการหารือเบื้องต้น ทางฝ่ายอียูได้ชื่นชมถึงความพยายาม และบทบาทในการแก้ไขปัญหาไอยูยูของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก ของเรือประมง (Port in-Port out) ว่ารัฐบาลไทยทำได้ดีมาก และในอนาคตยังมีแผนที่จะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์อีกด้วย


พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ทางอียูยังได้ชื่นชมการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมงของไทย ที่มีการปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานทาสในระดับที่ดีขึ้น มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบ รวมทั้งมีการจัดสวัสดิการ และส่งเสริมคุณภาพความเป็นอยู่ให้แก่แรงงานดีขึ้น ซึ่งการชื่นชมครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อฝ่ายไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นการชื่นชมการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมงของไทยครั้งแรก นับตั้งแต่ที่รัฐบาลไทยได้มีการหารือกับอียูมา อย่างไรก็ตาม ทางอียูยังได้แสดงความห่วงใยต่อการแก้ไขปัญหาประมงนอกน่านน้ำของไทย ที่ยังไม่ครอบคลุมทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลไทยได้มุ่งเน้นเพียงแค่การขนถ่ายสินค้าประมงที่อยู่นอกน่านน้ำเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ทางฝ่ายไทยก็น้อมรับที่จะนำมาแก้ไขให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยจากนี้ไปการแก้ไขประมงนอกน่านน้ำจะดูแลตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเรือนอกน่านน้ำออกไปทำประมง จนถึงปลายทางเมื่อเรือกลับเข้าฝั่ง รวมทั้งในเดือนมกราคม 2560 ตนก็มีแผนที่จะเดินทางไปหารือกับทางอียูโดยตรง ซึ่งเชื่อว่าการไปหารือครั้งใหม่นี้ก็น่าจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ชองไทย เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลไทย อย่างรัฐมนตรีว่าการได้ให้ความสำคัญกับแก้ไขปัญหาไอยูยูอย่างมาก

“การส่งคณะทำงานชุดย่อย เพื่อรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาไอยูยูอย่างไม่เป็นทางการไปยังอียู ถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ของผมได้วางไว้ในการปลดใบเหลืองไอยูยู เพื่อให้ฝ่ายอียูและไทยมีความใกล้ชิดและเข้าใจการทำงานของกันและกันมากขึ้น เมื่อทางอียูมีข้อเสนอแนะอะไรมา รัฐบาลไทยก็นำมาปรับแก้ไข ดีกว่าที่จะรอไปหารือรอบใหญ่ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 6 เดือนเท่านั้น รวมทั้งการเดินทางไปครั้งนี้ยังทำให้ทางรัฐบาลไทยทราบว่า อียูอาจเลื่อนพิจารณาการปลดธงเหลืองไอยูยูของไทยออกไปเป็นเดือนมีนาคม 2560 จากเดิมที่มีกำหนดไว้ในเดือนมกราคม 2560 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว คณะกรรมาธิการประมงของรัฐสภายุโรป (PECH) ได้หมดวาระลง ทำให้ต้องมีปรับเปลี่ยนคณะกรรมาธิการชุดใหม่ ซึ่งทำให้การทำงานล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดใหม่ ก็น่าจะเข้าใจบทบาทการทำหน้าที่ของไทย และน่าจะส่งผลดีต่อการพิจารณาปลดใบเหลืองของไทยมากขึ้น” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว