หน้าแรก เศรษฐกิจ วิธีสังเกต-ป้...

วิธีสังเกต-ป้องกัน แอพพ์มารดูดเงิน

25.01.23 | 07:46 น.

จากกระแสข่าว สายชาร์จดูดเงิน จนมาถึงคดีพลิก ว่าจริงๆ แล้ว โดนหลอกให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดูดเงิน ยิ่งเกิดความตื่นตระหนกตกใจกันไปว่าตอนนี้เราจะโดนไหม หรือเผลอไปโหลดแอพพลิเคชั่นมัลแวร์อะไรมาแล้วบ้าง?

ซึ่งจริงๆ แล้ว Malware (มัลแวร์) หรือก็คือซอฟต์แวร์ที่มีเจตนาที่แฝงมาในรูปแบบของโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ชอบพูดกันติดปากว่า ไวรัส เข้านั่นแหละ ซึ่งมัลแวร์พวกนี้จะสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ใช้งานที่ดันติดตั้งแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น โดยมุ่งเป้าไปที่การทำลายข้อมูล การขโมยข้อมูลเพื่อมาเรียกค่าไถ่ หรือการดูดเงินในบัญชีไปนั่นเอง

และก็มีการเตือนผู้ใช้งานที่ทำการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่อันตราย รีบถอนการติดตั้งโดยทันที เพราะถ้าหากยังคงโหลดใช้งานต่อไป แอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะควบคุมข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทั้งการส่งข้อความไปหาคนอื่น การดูดเงินในบัญชี หรือโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของคุณบางอย่าง เพื่อเรียกค่าไถ่ในราคาที่สูงมากๆ เลยทีเดียว

ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ชี้แจงต่อกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากการติดตั้งแอพลิเคชั่นอันตรายลงในโทรศัพท์มือถือ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาดูดเงินออกไปเป็นจำนวนมาก

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ระบุว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของมัลแวร์อันตรายที่มาในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น ซึ่งดีอีเอสและ สกมช.มีการตรวจสอบมาโดยตลอด พบปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ถูกระบุว่าสามารถขโมยข้อมูล หรือควบคุมเครื่องโทรศัพท์ได้

Advertisement

โดยในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอพพลิเคชั่นอันตรายเหล่านี้ ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการ ทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

เช่น 1.4K Pro Camera 2.4K Wallpapers Auto Changer 3.Advanced SMS 4.aipic-Magic Photo Editor 5.All Good PDF Scanner 6.All Language Translate 7.All Photo Translator 8.Art Filters 9.Astro+Horoscope & Astrology 10.Astroline: The Daily Horoscope 11.Auto Sticker Maker Studio 12.Avatar Maker Character Creator 13.Baby Sticker-Track Milestones 14.Bass Booster Volume Power Amp 15.Battery Charging Animations Battery Wallpaper 16.Battery Charging Animations Bubble-Effects 17.Beat.ly Music Video Maker 18.Beat maker pro 19.Beauty Filter และ 20.Blood Pressure Checker เป็นต้น

ซึ่งนอกจากนี้ สามารถเช็กรายชื่อแอพพลิเคชั่นทั้งหมดได้ที่เฟซบุ๊กของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเฟซบุ๊กของ สกมช. (NCSA THAILAND) จึงขอให้ผู้ใช้งานทำการตรวจสอบ หากพบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดตระบบเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ

ทั้งนี้ ดีอีเอสขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงบนโทรศัพท์มือถือ เพราะอาจจะไปเจอมัลแวร์อันตรายได้ เพราะหากมีการโหลดเข้าไปในเครื่องก็มีโอกาสที่จะถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคล หรือถูกรีโมตเข้ามาควบคุมมือถือของท่าน ซึ่งถ้ามีเกี่ยวกับการเงินก็อาจจะถูกโอนเงินออกไป ที่เรียกว่าใช้แอพพ์ดูดเงิน และถ้าพบแอพพ์เหล่านี้อยู่ในมือถือของท่านให้รีบลบออก ซึ่งขณะนี้กระทรวงดีอีเอสได้ประสานกับทาง Play Store หรือ App Store ทั้งหมดแล้วไม่ให้มีแอพพ์เหล่านี้ในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงกลแล้วโหลดเข้าไป

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการสร้าง SMS โดยใช้ชื่อเดียวกับผู้ส่ง (Sender Name) ที่เป็นธนาคาร แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้รับ SMS เข้าใจผิดและหลงเชื่อว่ามาจากหน่วยงานจริง ซึ่งโดยทั่วไปหน่วยงานส่วนใหญ่ได้ออกประกาศว่าจะไม่มีการส่งลิงก์ผ่าน SMS ให้กับผู้รับบริการ

ดังนั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ที่มากับ SMS หรือเพิ่มเพื่อนจากไลน์ไอดี โดยให้สังเกตรูปแบบ เนื้อหาที่อาจเป็นสิ่งที่ดีเกินจริงหรือทำให้หวาดกลัว เช่น “คุณได้รับอนุมัติวงเงินกู้ 50,000 บาท คลิกลิงก์… หรือ โปรดยืนยันรหัสผ่าน มิฉะนั้นบัญชีของท่านจะถูกระงับการใช้งาน ติดต่อไลน์ไอดี…” โดยอาจจะตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่ถูกระบุว่าส่ง SMS มาอีกครั้ง

ทั้งนี้ สกมช.ได้รวบรวมรายชื่อบริษัทที่ทําการส่ง SMS ปลอมเหล่านี้ เพื่อหยุดการทําธุรกรรมต่างๆ ซึ่งกระทรวงดีอีเอสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการประสานงานกับ กสทช.เพื่อขอให้ผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย และธุรกิจที่ทำ SMS แล้วปล่อยให้มีการปลอมชื่อออกมา ซึ่งหากทําสําเร็จก็จะไม่มี SMS ปลอมอีก นอกจากนี้ เรื่องการแอดไลน์ก็เช่นเดียวกัน บางทีส่งไลน์มาก็เป็นไลน์ปลอมให้เข้าไปแอด เห็นชื่อเห็นรูปอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก หรือเป็นบริษัท หน่วยงานที่เรารู้จัก เพราะฉะนั้นขอให้ระวังเช่นเดียวกัน

“อย่าไปแอดไลน์ อย่าไปคุยกับคนเหล่านี้ เพราะว่าถ้าเขาพูดคุยเข้ามา ส่งข้อความมาที่เป็นของที่ดีเกินจริงได้ประโยชน์มากเกินควร เช่น อาจจะให้กู้เงินห้าหมื่นบาท ให้ขายสินค้าในราคาพิเศษถูกมากๆ หรือหลอกว่าจะมีรายได้พิเศษให้เรา ถ้าเราไปทํางานกับเขา ไปลงทุนกับเขา พวกนี้มันดีเกินจริง คิดไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ ผ่านช่องทางไลน์ปลอม หรือ SMS ปลอม ก็อย่าไปยุ่ง อย่าไปกดลิงก์ อย่าไปให้ข้อมูลเด็ดขาด” นายชัยวุฒิกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากจะติดต่อกับหน่วยงานใดๆ ก็ตาม ผ่านช่องทางออนไลน์ ควรติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นแอพพลิเคชั่นจริง หรือไปที่เว็บไซต์ของเขา ซึ่งเว็บไซต์ก็ต้องเป็นเว็บจริง วิธีการสังเกต คือ เป็นเว็บที่ลงท้ายด้วยดอตทีเอช ทีเอชก็คือไทยแลนด์ เป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งอันนี้ได้มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้

ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนดูที่แอพพลิเคชั่นที่ท่านคุ้นเคยและใช้งานอยู่เป็นประจำ มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและไม่ถูกหลอกให้สูญเงินด้วย

หรือวิธีป้องกันและข้อสังเกตว่าแอพพลิเคชั่นไหน คือ แอพพลิเคชั่นมัลแวร์ อันตราย ดูดเงิน หรือเปล่า

1.อย่าดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนอก Store แอพพลิเคชั่นเถื่อนต่างๆ อ่านรายละเอียดดีๆ ก่อนจะติดตั้ง สังเกตนามสกุลไฟล์ .apk ให้รีบหยุดเลย เพราะแอพพลิเคชั่นที่ขึ้นใน Store ส่วนมากจะมีการสกรีนการขอเข้าถึงต่างๆ ให้ผู้ใช้ในระดับหนึ่งแล้ว

2.อัพเดตซอฟต์แวร์เครื่องอยู่เสมอ เพราะหลายครั้งที่มีการปล่อยอัพเดตก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

3.อัพเดตแอพพลิเคชั่นธนาคารอยู่ตลอดเป็นไปได้เข้าดูทุกวันว่ามีให้อัพเดตไหม เพราะทางธนาคารเองก็มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อป้องกันกลยุทธ์ต่างๆ ของมิจฉาชีพอยู่ตลอดเช่นกัน

4.อ่านทุกอย่างให้ละเอียด ก่อนจะกดอนุญาตอะไร ที่มิจฉาชีพขโมยได้ เพราะเราอนุญาตเขาเข้ามาเอง

5.อย่าคลิกลิงก์จาก SMS อีเมล์ กลุ่มไลน์ ที่ส่งจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก

และ 6.ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อจะได้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ

แต่หากตกเป็นเหยื่อแล้ว ข้อมูลจากเพจ Drama-addict ได้แนะนำให้ดำเนินการดังนี้

1.รีบแจ้งความดำเนินคดี ที่เว็บ https://thaipoliceonline.com/ หรือไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

2.รีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีม้า หรือบัญชีปลายทางของมิจฉาชีพ รวมถึงตรวจเช็กป้องกันบัญชีตัวเองทั้งหมด

3.รีบอายัดบัตรเครดิต เปลี่ยนทุกรหัสผ่านของบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมการเงิน

4.เอามือถือไปให้ร้านทำ Factory reset ถ้าทำไม่เป็น เพื่อถอนรากถอนโคนแอพพลิเคชั่นดูดเงิน ที่เราอาจจะไม่รู้ว่ามีกี่แอพพลิเคชั่นที่โดนไป

นี่เป็นอีกวิธีที่จะทำให้เรารู้เท่าทันบรรดาแอพพ์มารเพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น