ครม.อัดฉีด 1.2 หมื่น ล.เที่ยวด้วยกัน-ค่าไฟ กกพ.ชี้มี 4.9 ล.รายจ่ายเพิ่ม 25 สต./หน่วย
เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กรอบวงเงิน 7,500 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 3,200 ล้านบาท และจากเงินสนับสนุนจาก ปตท. ประมาณ 4,300 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน
นายอนุชากล่าวว่า โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้า ดังนี้ 1.ผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า จำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย 2.ผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า จำนวน 67.04 สตางค์ต่อหน่วย คาดว่าจะมีผู้ได้รับการช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ 19.66 ล้านราย
นายอนุชากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.อนุมัติวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,946,434,800 บาท เพื่อดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 วงเงินรวม 2,016,000,000 บาท และโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย วงเงิน 1,930,434,800 บาท ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทั้งในและนอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งภาคแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกว่า 11 ล้านคน คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 12,539 ล้านบาท
ขณะที่ แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงมาตรการช่วยค่าไฟกลุ่มเปราะบางใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน จำนวน 19.66 ล้านราย จำนวนนี้จะมี 4.9 ล้านราย ค่าไฟเพิ่มขึ้น 25 ส.ต.ต่อหน่วย โดยยกเลิกการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 301-500 หน่วย ผ่านส่วนลด 15-75% ว่าเป็นไปตามข้อเสนอของ กกพ. เนื่องจากรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณสนับสนุน หากต้องการจะช่วยทุกกลุ่มแบบเดิม เช่นเดียวกับงวดกันยายน-ธันวาคม 2565 ที่ให้กลุ่มผู้ใช้ 1-300 หน่วย ได้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์ต่อหน่วย หรือตรึงค่าไฟเท่าเดิม 3.70 บาทต่อหน่วย และให้กลุ่ม 301-500 หน่วยได้ส่วนลด 15-75% รวมทั้งหมด 21.8 ล้านครัวเรือน จะต้องใช้เงินสูงถึง 9,700 ล้านบาท แต่รัฐไม่มีการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้ กกพ.ดำเนินการ ดังนั้น จึงลงตัวที่แนวทางปัจจุบัน เพราะใช้งบประมาณ 7,400 ล้านบาท คือ ปตท.สนับสนุน 4,000 ล้านบาท และงบกลางอีก 3,400 ล้านบาท

