หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เสถียร’ แจงป...

‘เสถียร’ แจงปมปิดร้านถูกดีฯในเชียงรายเหตุไม่ส่งรายได้ โอดทำธุรกิจค้าปลีกยังโดนไอโอใส่ร้าย

26.01.23 | 03:03 น.

‘เสถียร’ แจงปมปิดร้านถูกดีฯในเชียงรายเหตุไม่ส่งรายได้ เข้าข่ายยักยอก โอดทำธุรกิจค้าปลีกยังโดนไอโอใส่ร้าย

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด เปิดเผยในงานแถลงข่าว “ทิศทางร้านถูกดี มีมาตรฐาน ปี 2566 เปิดแผนพลิกโฉมโลกค้าปลีกในประเทศไทย” ว่าบริษัทมีวิสัยทัศน์ในการสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ด้วยแนวคิดที่ว่า “โชห่วยก็รวยได้” ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมเป็น ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ทั้งหมดมากกว่า 5,000 ร้านค้า โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจระหว่าง บริษัทฯ และ ผู้ดำเนินการร้านค้า คือ ทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ลงทุนให้ในส่วนของสินค้าทุกชนิดและอุปกรณ์ทั้งหมดภายในร้าน ซึ่งรวมมูลค่าต่อร้านค้าเกือบ 1 ล้านบาท และทางผู้ดำเนินการต้องลงทุนในส่วนของการปรับปรุงร้านค้าให้ได้ตามมาตรฐานและเงินค้ำประกันสัญญา 2 แสนบาท ซึ่งรูปแบบธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากการที่บริษัทต้องการที่จะแก้ปัญหาของร้านโชห่วยส่วนใหญ่ในประเทศที่มีเงินทุนในการซื้อสินค้าจำกัด ทางบริษัทจึงได้เป็นผู้ออกทุนในส่วนนี้เอง

โดยเมื่อขายสินค้าได้ ผู้ดำเนินการมีหน้าที่นำส่งรายได้จากการขายสินค้าให้บริษัทฯ ในวันทำการธนาคารถัดไป และในขณะที่เปิดดำเนินการร้านค้าร่วมกัน ผู้ดำเนินการยินยอมให้บริษัทฯ ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปนับสต๊อกสินค้า หากมีสินค้าสูญหาย ทางผู้ดำเนินการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งผู้ดำเนินการทุกรายเข้าใจและปฏิบัติเป็นปกติมาตลอด ในกรณีที่ผู้ดำเนินการไม่นำส่งรายได้ บริษัทจะมีการทวงถาม หากไม่นำส่งรายได้ในส่วนที่ขายเข้ามาเกินกว่า 3 วัน ทางบริษัทฯ จะหยุดส่งสินค้า และหากเกินกว่า 4 วัน บริษัทฯ จะส่งจดหมายแจ้งเตือนให้ชำระเงินภายใน 3 วันทำการ หากไม่มีการชำระเงินเข้ามา บริษัทฯ จะยกเลิกสัญญาทันที และนัดหมายเพื่อทำการขนย้ายอุปกรณ์และสินค้าของบริษัทฯ ทั้งหมดออกจากร้านค้า

กรณีร้านค้าที่เชียงราย ทางผู้ดำเนินการได้เปิดร้านกับถูกดี ตั้งวันที่ 14 สิงหาคม 2565 หลังจากเปิดดำเนินการ ทางร้านค้ามีการโอนเงินล่าช้าอย่างต่อเนื่องมากกว่า 80 ครั้ง จาก 130 ครั้ง และในเดือนพฤศจิกายน ทีมนับสต๊อกของบริษัทฯ ได้เข้าตรวจนับสต๊อก และพบว่ามียอดสินค้าสูญหายสูงกว่าส่วนแบ่งรายได้ ทางบริษัทฯ จึงนำรายได้ของร้านค้ามาหักชำระค่าสินค้าสูญหายก่อน ซึ่งไม่พอชำระ ทำให้ไม่มีเงินรายได้ของร้านค้าเหลือให้โอนไปในวันที่ 7 ธันวาคม 2565

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ ได้ส่งหนังสือไปถึงร้านค้าดังกล่าว เพื่อทวงถามการชำระเงินของวันที่ 6-14 ธันวาคม และกำหนดให้ชำระเข้ามาภายใน 3 วัน เมื่อถึงกำหนดชำระและบริษัทฯ ไม่ได้รับเงินดังกล่าว จึงได้ออกจดหมาย ณ วันที่ 22 ธันวาคม เพื่อแจ้งยกเลิกสัญญา และกำหนดเข้าปิดร้านในวันที่ 26 ธันวาคม ต่อมาในวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 20.49 น. ทางร้านค้าได้โอนยอดเงินค้างชำระมาให้กับบริษัท ซึ่งเลยกำหนดที่บริษัทได้ให้กับทางร้านค้าไปแล้ว บริษัทฯ จึงยืนยันเข้าไปปิดร้านตามที่นัดหมายไว้ในจดหมาย แต่ไม่สามารถที่จะเข้าไปเก็บทรัพย์สินของบริษัทฯ ออกมาจากร้านได้ เพราะทางร้านค้าไม่อนุญาตให้พนักงานของบริษัทฯ เข้าไปในร้าน ภายหลังบริษัทฯ พยายามนัดเข้าไปปิดร้านอีกครั้งในวันที่ 17 มกราคม 2566 แต่ในครั้งนี้ก็ไม่สามารถขนย้ายสำเร็จเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อไม่สามารถขนสินค้าและทรัพย์สินของบริษัทฯ ออกมาได้ บริษัทฯ จึงจำเป็นที่จะต้องแจ้งความผู้ดำเนินการในข้อหายักยอก ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะดำเนินการให้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ดำเนินการรายนี้แล้ว

“เขาบีบให้เราไม่มีทางเลือก ทำไมเราต้องไปแจ้งข้อหายักยอกกับตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเรียกเขามาเจรจาเพื่อให้เราไปขนย้ายสินค้ามา เพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามจะเข้าไปก็จะเกิดกรณีพิพาท เราไม่ต้องการทำสิ่งเหล่านี้ เมื่อไม่สามารถขนสินค้าและทรัพย์สินของบริษัทออกมาได้ บริษัทจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินการในข้อหายักยอก ซึ่งเมื่อเราแจ้งข้อหายักยอกนั้นจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอเจ้าหน้าที่จึงจะสามารถดำเนินการให้ได้ ทำไมเราไม่แจ้งข้อหาปล้น มันไม่เข้าข่ายปล้น เราไม่ต้องแจ้งข้อหาขโมยเพราะมันไม่เข้าข่ายเรื่องขโมย แต่มันเป็นเรื่องยักยอก เพราะว่ามีสัญญาที่แนบท้ายคำร้องทุกข์ของเรา” นายเสถียร กล่าว

Advertisement

อ่าน คาราบาวแดง รุกตลาดเบียร์ ทุ่ม 4,000 ล้านบาท เตรียมวางตลาดไตรมาส 4 นี้

อีกกรณีหนึ่งคือ การที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สมฤดี สุขสมหวัง ลงข้อความโจมตีบริษัทฯ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงมาตลอด ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่าบุคคลนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ไม่เคยเป็นพาร์ทเนอร์ถูกดี และข้อความที่ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กไม่เป็นความจริงโดยบริษัทฯ ได้ทำการแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทฯ และ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไปแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบข้อมูลที่สอดคล้องกับการตรวจสอบของบริษัทฯ ว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ไม่มีตัวตนอยู่จริง เป็นเพจอวตาร มีการนำรูปบุคคลอื่นมาเป็นรูปโปรไฟล์ของตนเอง และกระจายข่าวอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสีย จึงขอให้ทุกท่านอย่าหลงเชื่อกับข้อความอันเป็นเท็จของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กวนใจเรามาก เพราะว่า การที่เขามาโจมตีอยู่ในเพจก็ช่างเขาเถอะ ทางเราไม่ได้สนใจ แต่ว่าเขานำไปกระจายข่าวลงไปในเพจต่าง ๆ เช่น ลงแหม่มโพธิ์ดำ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ซึ่งทางเราก็ต้องมาคอยตามล้างตามเช็ด แล้วก็สงสัยว่าเราทำธุรกิจค้าปลีกปกติอย่างนี้ เดี๋ยวนี้มีไอโอมารับจ้างดูแลเราหรือกวนเราก็ไม่รู้ มันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ผมไม่เล่นการเมืองและก็ดำเนินการธุรกิจทุกอย่าง ที่ตรวจสอบประวัติผมได้อยู่แล้ว ทุกท่านรู้ดีแม้กระทั่งมีคนมาชวนผมไปทำธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นสัมปทาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ขอเป็นผู้รับเหมาทำอะไร สิ่งหนึ่งที่เป็นปณิธานอันแน่วแน่ของผม คือ ไม่หากินกับรัฐ เพราะว่าเมื่อคุณเข้าไปทำตรงนั้น ผมแก่จนขนาดนี้รู้ว่าบางเส้นทางถ้าคุณเดินเข้าไป คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่อยากทำและทำไปเรื่อย ๆ คุณก็จะเคยชิน” นายเสถียร กล่าว