“ส.รับสร้างบ้าน” จ่อปรับราคาอีก 6% อ้อนกระทรวงแรงงานเพิ่มนำเข้าต่างด้าวโอดขาดแคลนหนักมาก

26.01.23 | 18:39 น.

“ส.รับสร้างบ้าน” จ่อปรับราคาอีก 6% อ้อนกระทรวงแรงงานเพิ่มนำเข้าต่างด้าวโอดขาดแคลนหนักมาก

นายโอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ยื่นหนังสือผ่านสภาหอการค้าไทย เพื่อส่งถึงกระทรวงแรงงาน ในการขอให้เพิ่มการนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้าระบบให้มากขึ้น ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจกับประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นทั้งฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เนื่องจากขณะนี้มีการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้างอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังเปิดประเทศ เนื่องจากแรงงานที่มีอยู่ก่อนหน้านี้บางส่วนเปลี่ยนอาชีพ และบางส่วนเข้าไปสู่อุตสาหกรรมอื่นคือ ภาคบริการ การท่องเที่ยว เนื่องจากลักษณะงานสบายกว่า ซึ่งผิดกับภาคก่อสร้างที่หนักกว่า และลำบากกว่า นอกจากนี้อยากให้มีการผ่อนผันว่าให้มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานก่อนได้ จากนั้นค่อยทำเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย เพราะหากรอกระบวนการทางเอกสารให้แล้วเสร็จค่อยนำแรงงานเข้าก็จะชักช้าไม่ทันกับการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันก็จะเกิดปัญหาเรื่องการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะด้วย

นายโอฬารกล่าวว่า สำหรับปัญหาการเก็บเงินใต้โต๊ะนั้น ล่าสุดจากการเข้าพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับการแจ้งว่าขณะนี้กำลังทดลองเปิดให้ขออนุญาตผ่านทางออนไลน์สำหรับบ้านไม่เกิน 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 300 ตารางเมตร เพื่อป้องกันเรื่องดังกล่าว แต่ระบบยังไม่ค่อยลื่นไหล ซึ่งได้รับการยืนยันว่าอนาคตจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสะดวกมากที่สุด ซึ่งหากทำได้เต็มระบบจะทำให้ลดเงินใต้โต๊ะได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้จากข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่าแต่ละปีผู้ประกอบการจะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนของภาคก่อสร้างประมาณ 80% ดังนั้นหากกทม.สามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้สำเร็จจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

นายโอฬารกล่าวว่า สำหรับเรื่องค่าแรงที่พรรคการเมืองต่างๆ หาเสียงไว้ว่าจะปรับขึ้นอีกเท่าตัวนั้น หากมีการปรับขึ้นจริงก็จะส่งผลกระทบในทุกภาคส่วนการผลิต และสุดท้ายก็จะส่งผลต่อผู้บริโภค เพราะสุดท้ายแล้วผู้ประกอบการก็จะต้องผลักภาระให้ผู้บริโภคอยู่ดี

นายโอฬารกล่าวว่า ทั้งนี้ในปีนี้คาดว่าในไตรมาส 2 ธุรกิจรับสร้างบ้านจะมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 6% ผลจากต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง รวมทั้งดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากผู้บริโภคสนใจที่จะสร้างบ้านก็สามารถไปจองกันได้ในงานมหกรรมรับสร้างบ้านที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะยังได้ราคาเดิม แต่หลังจากนั้นจะมีการปรับเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวมา ทั้งนี้ในส่วนของเป้าหมายยอดขายโดยภาพรวมจะตั้งไว้ที่ประาณ 13,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งเรื่องของราคาที่ปรับขึ้น รวมทั้งการที่สมาชิกมากขึ้น เพราะปัจจุบันได้มีการขยายสมาชิกไปยังทั่วประเทศแล้ว จากในอดีตที่มีสมาชิกแค่ในกทม.และปริมณฑลเท่านั้น