‘ตลท.’ เผยบจ.จ้างงานเพิ่มหลังโควิดคลายตัว-รัฐปลดล็อก
ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 และมาตรการภาครัฐส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศไทย โดยก่อนระบาดโควิด พบว่า อัตราการว่างงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.02% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด แต่ในช่วงที่มีการระบาดโควิดในช่วงปี 2563 – 2565 พบว่า อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับสูงสุดที่ 2.25% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด หรือเป็น 2 เท่าของอัตราว่างงานเฉลี่ยก่อนเกิดระบาดโควิด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 ก่อนปรับตัวดีขึ้นหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการป้องกันการระบาดโควิด โดยอัตราการว่างงานปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ที่ระดับ 1.24% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2565
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการ อาทิ การลดพื้นที่ควบคุม การลดการจำกัดการเดินทาง การอนุญาตให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาดำเนินงาน ส่งผลให้ธุรกิจกลับมาประกอบธุรกิจได้ตามปกติ การจ้างงานกลับมา ทำให้อัตราการว่างงานลดลงและอยู่ที่ระดับ 1.23% ในไตรมาส 3/2565 โดยการเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานดังกล่าว สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยในรายงาน “SET Note Volume 10/2565 SET CEO Survey (Special Issue) เรื่องนโยบายด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทจดทะเบียนในช่วงการระบาดโควิด ที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนตอบแบบสอบถาม ซึ่งมีความเห็นว่า การระบาดโควิดส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการจ้างงานของบริษัท แต่บริษัทส่วนใหญ่พยายามรักษาอัตราการจ้างงานไว้ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน อัตรากำลังและปรับเพิ่มศักยภาพพนักงาน และรับพนักงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย รวม 755 บริษัท มีจำนวนพนักงานรวมกว่า 1.74 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.8% จากสิ้นปีก่อน และกลับมาอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนมีการระบาดโควิด โดยบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการมีจำนวนพนักงานสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2564 สอดคล้องกับการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโควิดของภาครัฐ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของพนักงานในธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจการแพทย์ ตามมาด้วยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และสิ่งก่อสร้าง ตามลำดับ โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีจำนวนพนักงานน้อยที่สุด
จำนวนพนักงานของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai สิ้นปี 2564 คิดเป็น 4.6% ของจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมดในประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 4.2% ของสิ้นปี 2563 และบริษัทจดทะเบียนมีการจ่ายค่าตอบแทนรวมให้พนักงานรวมสูงกว่า 765,000 ล้านบาท หรือหากประมาณการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากค่าตอบแทนพนักงานนี้ พบว่า คิดเป็น 24% ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมดที่สรรพากรจัดเก็บในปี 2564


