เปิด 5 ทำเลทอง’กรุงเทพ-ปริมณฑล’ ราคาที่ดินขึ้นสูงสุด ‘แนวรถไฟฟ้า-โซนชานเมือง’ขยับยกแผง
วันที่ 27 มกราคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยว่าผลสำรวจดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2565 มีค่าดัชนีเท่ากับ 381.4 จุด เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ย 5 ปีก่อนเกิดวิกฤตโคงิด-19 เล็กน้อย โดยมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและมีอัตราเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า
นายวิชัยกล่าวว่า ปัจจัยทำให้ราคาที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากโควิดและสงครามรัสเซียกับยูเครนยังยืดเยื้อต่อเนื่อง กระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัวลดลง รวมถึงรัฐบาลได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตรา โดยไม่ได้รับส่วนลด 90% เหมือนเช่นปี 2562- 2563 และกรมธนารักษ์ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี 2566-2569 ในวันที่ 1 มกราคม 2566 หลังเลื่อนใช้มาตั้งแต่ปี 2564
มีผลทำให้ภาพรวมของราคาประเมินที่ดินทั้งประเทศปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8% ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เจ้าของที่ดินได้ปล่อยอุปทานที่ดินสู่ตลาด เพื่อลดภาระการจ่ายภาษีที่ดินฯ ในขณะเดียวกันความต้องการซื้อที่ดินสะสมในตลาดก็ลดลงอีกด้วย

นายวิชัยกล่าวว่า ในไตรมาส 4 ปี 2565 พบว่าโซน ที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ได้แก่
1.ที่ดินในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง 57.3% 2. ที่ดินในโซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด มีอัตราการเปลี่ยนราคา 46.9% 3. ที่ดินในโซนเมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก มีอัตราการเปลี่ยนราคา 31.9% 4. ที่ดินในโซนกรุงเทพชั้นใน มีอัตราการเปลี่ยนราคา16.6% และ5. ที่ดินในโซนบางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่-มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง มีอัตราการเปลี่ยนราคา 10.1%
“สะท้อนให้เห็นว่าที่ดินที่อยู่ชานเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑล มีการเปลี่ยนแปลงของราคาในลักษณะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาซื้อขายยังไม่สูงมากนัก และยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมาก เพราะสามารถควบคุมต้นทุนของราคาที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยได้ ขณะที่ราคาที่ดินในเขตชั้นในและชั้นกลางของกรุงเทพฯ มีราคาที่สูงอยู่แล้ว แม้จะปรับตัวขึ้นบ้าง ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงราคาไม่สูงเท่าชานเมือง”นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับราคาที่ดินเปล่าในแนวรถไฟฟ้า พบว่ามี 5 อันดับที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่มีโครงการรถไฟฟ้าเปิดบริการแล้วและเป็นโครงการในอนาคต ได้แก่
1. รถไฟฟ้า MRT มีค่าดัชนีเท่ากับ 508.3 จุด มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยราคาที่ดินในเขตบางซื่อ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก
2. สายสีแดงเข้มช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง เป็นโครงการในอนาคต มีค่าดัชนีเท่ากับ 500.4 จุด มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเขตบางรัก และสัมพันธวงศ์ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก
3. สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มีค่าดัชนีเท่ากับ 477.3 จุด มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเขตจตุจักร ดอนเมือง และบางเขน มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก
4.สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) มีค่าดัชนีเท่ากับ 488.4 จุด มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเขตภาษีเจริญ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก
5. สายสีทองช่วงธนบุรี-ประชาธิปก มีค่าดัชนีเท่ากับ 481.4 จุด มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเขตคลองสาน มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

