“MILL” ปรับกลยุทธ์ปี66 รับปัจจัยเสี่ยง ตั้งเป้าโต 10%พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรต่างประเทศ

27.01.23 | 13:16 น.

“MILL” ปรับกลยุทธ์ปี66 รับปัจจัยเสี่ยง ตั้งเป้าโต 10%พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรต่างประเทศ

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด(มหาชน) หรือ MILL ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแบบครบวงจร เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจปีนี้ว่า เป็นอีกปีที่มีความท้าทายสำหรับบริษัทในการเดินหน้าสร้างการเติบโตท่ามกลางการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและผลกระทบจากสงครามระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เงินบาทอ่อนค่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งกระทบต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานในช่วงปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงได้ปรับมุมมองใหม่ ยกระดับธุรกิจบริษัทให้เป็นมากกว่าอุตสาหกรรมเหล็ก ด้วยการผลักดันธุรกิจในกลุ่มจากอุตสาหกรรมเหล็กสู่อุตสาหกรรมเหล็กเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิดเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Sustainability คำนึงเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคมและธรรมาภิบาล หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ESG (Environment, Social, Governance) พร้อมทั้งปรับองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อรับมือปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หลังได้รับบทเรียนจากปีที่ผ่านมา ทั้งปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน และต้นทุนด้านการเงิน

นายประวิทย์กล่าวว่า ทั้งนี้ในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตในระดับ 10% ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจร่วมกับลูกค้าและคู่ค้า รวมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ รับความท้าทายที่มากขึ้น โดยบริษัทจะให้ความสำคัญการดำเนินธุรกิจในทุกมิติทั้ง ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมการสร้างคาร์บอนเครดิต เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2050 การส่งเสริมนโยบายต่างๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน อาทิ การสร้างมูลค่าจากขยะอุตสาหกรรม (Waste-to-Value) ด้านการเงินจะมุ่งเน้นความเป็นไปได้ด้านการเงิน หรือ Financial Feasibility ด้วยการวิเคราะห์ศักยภาพด้านการเงินของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุน หรือการบริหารกระแสเงินสดที่มีความเหมาะสมของโครงการเพื่อความมั่นคงทางด้านการเงิน และที่จะละเลยไม่ได้ คือ การบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเพิ่มทักษะในการบริหารจัดการของพนักงาน เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพให้เติบโตก้าวหน้าในองค์กร

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเดินหน้าหาพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจในกลุ่ม (New S-Curve)มุ่งเน้นธุรกิจที่ส่งเสริมเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัท เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน