หน้าแรก เศรษฐกิจ “กสิกรไทย”ชี้...

“กสิกรไทย”ชี้ปี’66 เงินบาทแข็งทั้งปี นักลงทุนมองบวก เศรษฐกิจไทยโตรับอานิสงส์ท่องเที่ยวบูม

27.01.23 | 20:59 น.

“กสิกรไทย”ชี้ปี’66 เงินบาทแข็งทั้งปี นักลงทุนมองบวก เศรษฐกิจไทยโตรับอานิสงส์ท่องเที่ยวบูม

เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาจับกระแสตลาดการเงินโลก ปี 2023 ว่า ได้ประเมินว่าค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าตลอดทั้งปี 2566 โดยปัจจัยหลักมาจากมุมมองของนักวิเคราะห์ รวมถึงนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีจากภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของประเทศจีน และการเปิดเมืองเร็วขึ้นก็เป็นส่วนสนับสนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่า

นายกอบสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยที่ดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยปี 2565 ถึง 11.15 ล้านคน และในเดือนธันวาคม 2565 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.24 ล้านคน ในสัดส่วนนี้มีคนจีนเพียง 1 แสนคน และเมื่อนำตัวเลขนักท่องเที่ยวจำนวนดังกล่าวเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2562 พบว่าเป็นสัดส่วน 57% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 2562 ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้มีสัญญาณว่านักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา อีกทั้งหากจีนเปิดประเทศเร็วขึ้นจะได้รับอานิสงส์มากขึ้น

ภายหลังจากจีนเปิดประเทศเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566 และอนุญาตให้คณะทัวร์เดินทางได้ 20 ประเทศทั่วโลก รวมประเทศไทย จึงได้คาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2566 ที่ 30 ล้านคน และจะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบกลับมาเป็นบวกที่ 6.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

“จากปัจจัยที่เป็นบวกส่งผลให้ค่าเงินบาทในปี 2566 จะแข็งค่าที่ระดับ 33.50-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 แต่ขณะนี้ต้องพิจารณาปรับคาดการณ์ใหม่”นายกอบสิทธิ์ กล่าว

ดังนั้น ภาพรวมของค่าเงินบาทช่วงนี้ จึงมีการเก็งกำไรจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น รวมถึงค่าเงินสกุลเอเชียอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐได้จบลงแล้ว จึงมีการเก็งกำไรในเศรษฐกิจเอเชียที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้ดี

Advertisement

โดยปกติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ (EM) หรือประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสการเติบโตได้มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว และเมื่อจีนฟื้นตัวได้ดีจะส่งผลให้ประเทศอื่นในแถบภูมิภาคเดียวกันได้รับอานิสงส์ไปด้วย

นายกอบสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นรวดเร็ว เพราะตลาดคาดว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่น้อยลงจากครั้งละ 0.75% เป็น 0.50% ในเดือนธันวาคม 2565

และช่วงการประชุมเฟดวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2566 ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% และปรับขึ้นอีกหนึ่งครั้งในการประชุมเดือนมีนาคมที่ 0.25% ส่งผลให้ดอกเบี้ยของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4.75-5% หลังจากนั้นเฟดน่าจะเริ่มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแนวโน้มเศรษฐกิจ

“คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะชะลอตัวลงอีก และมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าเศรษฐกิจโลกมีโอกาสเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย 48% สหรัฐ 65% และไทย 12-15% ฉะนั้นในปีนี้จึงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อประเทศฝั่งเอเชียรวมถึงไทยด้วย”นายกอบสิทธิ์ กล่าว