“เศรษฐา” เผย ยังอยู่แสนสิริอีกนาน ชี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ประกาศทุบสถิติปี’66 เปิดใหม่ 7.5 หมื่นล้าน
ทุกย่างก้าวของ “เสี่ยนิด-เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริจำกัด(มหาชน) หรือSIRI ถูกจับจ้อง หลังเปิดตัวเป็นแคนดิเดตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย(พท.)
ในวันแถลงข่าวประจำปี 2566 ของแสนสิริ จัดขึ้นที่สิริ แคมปัส เมื่อวันที่ 30 มกราคม จึงคราคร่ำไปด้วยนักข่าวที่ให้ความสนใจนอกจากข่าวอสังหาฯแล้ว ยังรวมถึงเรื่องเส้นทางการเมืองของเศรษฐา
“เศรษฐา” ขึ้นเวทีพร้อมกับเกริ่นก่อนเข้าสู่รายละเอียดแผนธุรกิจของแสนสิริว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลย 3-4 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดโควิด-19 ดีใจที่เจอ ได้เห็นหน้า คุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี วันนี้อย่างที่บอกเป็นการแถลงเกี่ยวกับแผนธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น เพราะที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันมาตลอด และคงอยู่ด้วยกันต่อไปอีกนานๆ และคงได้เจอกันบ่อยขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่เรื่องของแสนสิริมีอะไรที่ดีๆ อยากจะให้มาฟังเกี่ยวกับทิศทางปีนี้ที่เราจะเดินไปข้างหน้า”
จากนั้น “เศรษฐา” พูดถึงภาพรวมในปี 2565 ว่ามีความชัดเจน มีความฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ว่ามีปัญหาด้านเงินเฟ้อ สงครามต่างประเทศที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามผมว่าภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เป็นภาคส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ และมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินสูง ดังนั้นการเดินไปข้างหน้าผมว่าน่าจะผ่านปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นโจทย์หนักของรัฐบาลนี้และรัฐบาลต่อไป ที่ต้องมีการนำไปพิจารณาและแก้ไข ไม่งั้นเราจะเดินไปข้างหน้าและจะสู้คู่แข่งไม่ได้ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมรับมือ เช่น แนวโน้มราคาพลังงานและราคาโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันให้ต้นทุนและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
“เศรษฐา” กล่าวว่า แม้ปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่มีความท้าท้ายภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน แต่แสนสิริยังมียอดขายที่แข็งแกร่ง ถึง 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 34,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 16,000 ล้านบาท โตขึ้น 49 % จากปีก่อนหน้า และมียอดโอน 36,800 ล้านบาท เป็นแนวราบ 22,300 ล้านบาทและคอนโดมิเนียม 14,500 ล้านบาท โตขึ้น13% จากปีก่อนหน้า
ส่วนปี 2566 เป็นอีกปีที่ ALL-Time High สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ตั้งบริษัทมา 38 ปี
โดยวางแผนเปิดตัว 52 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 75,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 30โครงการ มูลค่า 50,700 ล้านบาทหรือ68% และคอนโดมีเนียม 22 โครงการ มูลค่า 24,300 ล้านบาท หรือ 32% ตั้งเป้ายอดขาย 55,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 36,000 ล้านบาทหรือ60%คอนโดมิเนียม 22,000 ล้านบาท หรือ 40% และรายได้รวม 40,000 ล้านบาทรวมถึงเป้าหมายกำไรสุทธิจะพุ่งสูงสุด
“ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีมากของแสนสิริ เพราะมีปิดการขายได้ถึง 18 โครงการ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ตอกย้ำว่าการเป็นผู้นำของอสังหาไม่ว่าแนวราบหรือแนวสูง ส่วนโปรเจ็กต์ใหม่ที่เปิดขายปีนี้ มากสุดเป็นระดับพรีเมียม 46% หรือ 34,500 ล้านบาท ระดับล่าง 28%หรือ 21,200 ล้านบาทและระดับกลาง 26% หรือ 19,500 ล้านบาท”นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวว่า นอกจากนี้จะเน้นการคืนประโยชน์ให้กับสังคมต่อเนื่อง เช่น ช่วยเด็กอยู่นอกระบบการศึกษา รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ มีติดโซลาร์รูฟและติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ในโครงการ ในปีนี้ติดโซลาร์ 1,100 หลังและอีวีชาร์จเจอร์ 650 หลัง เป็นเรื่องที่บริษัทใหญ่ๆให้ความสำคัญมากใกล้เคียงกับการทำกำไร
จากนั้น “เศรษฐา” ส่งไม้ต่อให้ “อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลงลึกในรายละเอียด

