จอดป้ายประชาชื่น : โหลดแอพพ์ผิดชีวิตเปลี่ยน
ข่าวสารฮอตฮิตที่ประชาชนสนใจหนักมากคือ “สายชาร์จดูดเงิน” หลังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเผยข้อความเตือนภัยว่าถูกสายชาร์จโทรศัพท์มือถือดูดเงินออกจากแอพพ์บัญชีธนาคารโดยไม่ได้เป็นผู้ดำเนินรายการ สร้างความเสียหายกว่าหนึ่งล้านบาท
แม้ภายหลังตำรวจสืบสาวราวเรื่องพบสาเหตุเกิดจากการโหลดแอพพ์หาคู่ที่แฝง “มัลแวร์” โปรแกรมโจรกรรมเงิน เมื่อผู้ใช้งานกรอกข้อมูลผ่านแอพพ์ ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลและควบคุมการทำงานระบบโทรศัพท์ โดยสวมรอยทำธุรกรรมด้วยวิธีรีโมต แอ๊กเซส หรือการเข้าถึงจากระยะไกล จนเกิดเหตุขโมยเงินออกจากบัญชีในที่สุด แม้จะมีระบบป้องกันจากธนาคารแล้วก็ตาม
เรื่องนี้ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ระบุว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางออนไลน์มีหลายรูปแบบ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอพพ์ปลอมแฝงมัลแวร์ การส่งเอสเอ็มเอสแอบอ้างชื่อเป็นสถาบันการเงิน และการแขวนลิงก์โฆษณาหลอกลวงฝังในเว็ปไซต์ของรัฐ ข้อมูลจากศูนย์รับแจ้งความผ่านออนไลน์ www.ThaiPoliceOnline.com ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-31 ธันวาคม 2565 มีผู้แจ้งความ 181,466 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 27,305 ล้านบาท
หน่วยงานรัฐ โดยกระทรวงดีอีเอส ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์เรื่อยมา
ล่าสุด ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย วางมาตรการรับมือภัยการเงิน เร่งคลอด พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. … ซึ่งร่างได้ผ่านมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ขณะนี้กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบและพิจารณาข้อกฎหมาย คาดว่าจะประกาศให้มีการบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
เบื้องต้น ข้อมูล พ.ร.ก. กระทรวงจะแลกเปลี่ยนข้อมูลมิจฉาชีพทำธุรกรรมทุจริต และบัญชีม้า โดยให้แบงก์ร่วมตรวจสอบ รวมถึงมอบอำนาจให้ระงับบัญชีผู้เสียหายได้แม้ไม่มีใบแจ้งความและใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง
ระหว่างรอกฎหมายคุ้มครอง ประชาชนต้องไม่เชื่อ ไม่โหลด ไม่โอน ป้องกันแฮกเกอร์ดูดเงินจนหมดตัว!

