หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘โกลเบล็ก’ ชี...

‘โกลเบล็ก’ ชี้หุ้นไทยยังผันผวน ให้กรอบล่าง 1,660 จุด แนะลงทุนหุ้นได้แรงหนุนเลือกตั้ง

31.01.23 | 16:05 น.

‘โกลเบล็ก’ ชี้หุ้นไทยยังผันผวน ให้กรอบล่าง 1,660 จุด แนะลงทุนหุ้นได้แรงหนุนเลือกตั้ง

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ประเมินว่าจะแกว่งตัวผันผวน เพื่อรอดูผลประกอบการปี 2565 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ทยอยออกมา โดยมีปัจจัยบวกในประเทศคือ การโปรดเกล้าฯ กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับที่จะใช้เลือกตั้งแล้ว โดยทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาลงประกาศเผยแพร่ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ที่จะนำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว  จึงคาดการณ์กรอบดัชนีไว้ที่ 1,660-1,700 จุด

“ตอนนี้เราเห็น FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50%-4.75% ในการประชุมวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์นี้หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าดัชนี PCE ทั่วไป รอบเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และชะลอตัวจากระดับ 5.5% ในเดือนพฤศจิกายน ลดแรงกดดันในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการสกัดเงินเฟ้อ” นางสาววิลาสินี กล่าว

นางสาววิลาสินี กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตามองในประเทศ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ รายงาน CPI เดือนมกราคม ด้านปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ จีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนมกราคม สหรัฐ รายงานดัชนีราคาบ้านเดือนพฤศจิกายน และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมกราคม  กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) ซึ่งคาดว่า ที่ประชุมจะมีมติให้โอเปกพลัสคงนโยบายปัจจุบันในการปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวันไปจนถึงสิ้นปี 2566 ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งนี้

นางสาววิลาสินี กล่าวว่า แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากหุ้นเชื่อมโยงการเมือง หลังจากได้มีการโปรดเกล้าฯ กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับสำหรับการจัดการเลือกตั้ง โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวได้แก่ TKS, SIRI, PR9, SC และ STEC