บสย.ตั้งเป้าปี’66 ค้ำประกัน 1.2 แสนล้าน ลุ้นคลังอนุมัติ ‘จีเอส 10-ไมโคร 5’ ช่วยเอสเอ็มอี แถมดันเป้าค้ำเพิ่มขึ้น
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สำหรับทิศทางการดำเนินงาน ปี 2566 บสย.ตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อ 1.2 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้การดำเนินการของ บสย. วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงินค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงินระยะที่ 7 หรือ บีไอ 7 และโครงการค้ำประกันสินเชื่ออาร์บีพี คิดค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยงของลูกค้า 2. ครงการค้ำประกันสินเชื่อ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2
นายสิทธิกรกล่าวว่า บสย.ชูบทบาทการทำงานแบบบูรณาการทั้งภายในและภายนอกองค์กร ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลักคือ 1.กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันบีไอ 7 ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อ อาร์บีพี และโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก 2.กลยุทธ์การเพิ่มเครือข่ายพันธมิตร อาทิ โครงการ เดอะ เอสวัน โปรเจค ร่วมกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) โครงการร้านโดนใจ พัฒนาโชห่วย ร่วมกับพันธมิตร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารพันธมิตร
นายสิทธิกรกล่าวว่า 3.กลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม 4.กลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้ การกระตุ้นให้ลูกหนี้เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ ผ่านช่องทางไลน์ @tcgfirst ซึ่งในปีนี้จะเพิ่มบริการใหม่ อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า บสย. สามารถเช็คยอดภาระค้ำประกัน และ ชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน และสามารถเข้าถึงสินเชื่อ กับธนาคารพันธมิตรที่ บสย. เข้าร่วมโครงการ และ 5. กลยุทธ์การสร้างความยั่งยืน รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้การสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ บีซีจี โมเดล

“บสย.กำลังเตรียมออกมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ ‘พีจีเอส 10’ และ ‘ไมโครเอสเอ็มอี 5’ อยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังพิจารณาอยู่ ซึ่งมีวงเงินที่ขอไป 1.8 แสนล้านบาท หากคลังเห็นชอบมาตรการพีจีเอสและไมโครเพิ่มเข้า จะช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการค้ำประกันได้มากกว่าเดิม และวงเงินค้ำในปีนี้จะทำได้มากกว่า 1.2 แสนล้านบาทแน่นอน” นายสิทธิกรกล่าว
นายสิทธิกรกล่าวว่า สำหรับช่วยดอกเบี้ยค่าขึ้นนั้นคาดว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อลูกค้าของ บสย.เนื่องจากโครงการค้ำประกันและมาตรการของ บสย.ส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เฉลี่ย 0-3% ต่อปีเท่านั้น อาทิ โครงการค้ำประกัน ซอฟต์โลน ดอกเบี้ยเพียง 2% ต่อปี
นายสิทธิกรกล่าวอีกว่า ส่วนผลดำเนินงานในปี 2565 ในการค้ำประกันสินเชื่อ บสย.อนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวม 1.43 แสนล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการขนาดการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าถึงสินเชื่อ รวม 8.27 หมื่นราย สร้างสินเชื่อในระบบ 1.57 แสนล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 1.04 ล้านตำแหน่ง สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 5.94 แสนล้านบาท
นายสิทธิกรกล่าวว่า แบ่งเป็น โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. เอสเอ็มอีสร้างชาติ (พีจีเอส 9) วงเงิน 6.8 หมื่นล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 1 และ 2 วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท โครงการ ซอฟโลน เอ็กซ์ตา วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท และโครงการ บสย. ไมโคร 4 วงเงิน 4,473 ล้านบาท

