กกร.ผวาไฟแพง-ดบ.พุ่ง-แรงงานขาด จี้ลดค่าเอฟทีพ.ค-ส.ค.ต่ำกว่า 5 บาท คงจีดีพี 3-3.5%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เปิดเผยว่า กกร.ได้ประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ระหว่าง 3-3.5% เป็นการคงประมาณการเดิมจากเดือนที่ผ่านมา ขณะที่คาดการการส่งออกขยายตัวอยู่ระหว่าง 1-2% และคาดการณ์เงินเฟ้อจะทยอยลดลงได้ในกรอบ 2.7-3.2% เป็นการคงประมาณการเดิมจากเดือนที่ผ่านมา การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิดเริ่มส่งผลให้เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ดัชนีทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งในฝั่งภาคการผลิตและภาคบริการกลับมาขยายตัวได้ในเดือนมกราคม โดยเฉพาะในภาคบริการสะท้อนการเดินทางท่องเที่ยวของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน
“ที่ประชุมห่วงใยต้นทุนการผลิตยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องท่ามกลางค่าเงินบาทแข็งค่า อาจส่งผลกระทบขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคบริการก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ภาครัฐต้องมีมาตรการสนับสนุนเพื่อเตรียมความพร้อมด้านแรงงานให้เพียงพอรองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังจากจีนเปิดประเทศ” นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกรกล่าวว่า สืบเนื่องจากการหารือร่วมกับเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพร้อมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้า ที่ผ่านมาภาคเอกชนช่วยลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ ใช้พลังงานเชื้อเพลิงอื่นมาทดแทนไปส่วนหนึ่งแล้ว เพื่อทำให้การคำนวณค่าเอฟทีรอบถัดไปมีอัตราลดลง ที่ประชุมมีความเห็นดังนี้ 1.กกร.เสนอให้ปรับลดค่าเอฟทีงวดที่ 2 เดือน พ.ค-ส.ค.66 เนื่องจากมีปัจจัยหนุนด้านการเพิ่มขึ้นของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ราคาก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง 2.เห็นชอบจัดตั้ง กรอ.พลังงาน ให้สำนักงาน กกร.จัดทำโครงสร้างรูปแบบการทำงาน เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบเพื่อพิจารณาจัดตั้งต่อไปและระหว่างการจัดตั้ง กรอ.พลังงาน ขอให้มีคณะทำงาน Task Force ด้านพลังงาน (เฉพาะกิจ) เพื่อบูรณาการความร่วมมือแก้ไขปัญหา สร้างความเข้าใจด้านพลังงาน รวมถึงหารือมาตรการระยะสั้น-กลาง-ยาว มีตัวแทน 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สำนักกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนอยากให้ค่าไฟงวดใหม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันเอกชนจ่าย 5.33 บาทต่อหน่วย

