หน้าแรก เศรษฐกิจ “อเด็คโก้” ชี...

“อเด็คโก้” ชี้โควิดคลาย ดันจ้างงานเพิ่ม-เงินเดือนพุ่ง สายไอทียังแชมป์ ค่าตัวอัพ 8 หมื่น/เดือน แนะองค์กรปรับมายด์เซ็ทรับ Gen Z

2.02.23 | 17:15 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ บริษัท อเด็คโก้ประเทศไทย เปิดตัว Salary Guide 2023 คู่มืออัตราเงินเดือนประจำปี ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเดือนเริ่มต้นและสูงสุดกว่า 800 ตำแหน่ง ใน 8 อุตสาหกรรม ที่รวบรวมจากการจ้างงานของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย โดยพบว่าในปี 2565-2566 ตลาดแรงงานในประเทศไทยเริ่มกลับมามีความคึกคักขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เกิดการระบาดโควิด-19 จากภาวะเศรษฐกิจประเทศเริ่มฟื้นตัว อ้างอิงจาก GDP ของไทยในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโต 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง การค้าขาย FMCG (Fast Moving Consumers Goods หรือกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค) การเงินการธนาคาร (FinTech) โดยเงินเดือนขั้นต่ำเด็กจบใหม่กลับมาแตะ 15,000 บาทอีกครั้ง หลังจากช่วงปี 2563-2564 เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ปรับลดลงเหลือ 12,000 บาท และเคยแตะเงินเดือนต่ำสุดที่ 10,000 บาท

ในปีนี้ ยังพบว่าเงินเดือนเฉลี่ยของคนทำงานที่มีประสบการณ์ 0-3 ปีก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24,000 – 38,000 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 80,000 บาท นั่นคือสายงาน IT Security Analyst และ Software Tester รองลงมา เช่น ERP (Enterprise Resource Planning) Consultant, Front End Developer, Programmer, Process Engineer, Nutritionist, Credit Analyst จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะด้าน และมีความเป็น specialist ในงาน เช่น ทักษะด้านไอที ดิจิทัล การเงิน และการวิเคราะห์ เป็นต้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ hard skills ที่คนทำงานจำเป็นต้องมี และต้องพัฒนาถึงระดับที่รู้จริงและเชี่ยวชาญ แต่ทั้งนี้การจะได้รับเงินเดือนสูง ผู้สมัครหรือคนทำงานก็จำเป็นจะต้องมีทักษะอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น ทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร รวมถึงทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นส่วนช่วยเติมเต็มความสามารถ และทำให้ผู้จ้างยินดีที่จะจ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้นกว่าระดับทั่วไป นอกจากนี้ เงินเดือนเริ่มต้นของพนักงานออฟฟิศในระดับซีเนียร์และระดับผู้จัดการในช่วงปีที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยระดับซีเนียร์ได้เพิ่มจาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาท และผู้จัดการได้เพิ่มจาก 20,000 บาท เป็น 30,000 บาทต่อเดือน

ด้านสายอาชีพที่มาแรงที่สุดในปีนี้ ยังคงหนีไม่พ้นงานด้าน IT งานด้าน Supply Chain Management และงานด้าน Sales & Marketing เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตตามยุค Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในปัจจุบัน การขนส่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ e-commerce ซึ่งเป็นเทรนด์การจับจ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หรือการทำการตลาดที่ต้องเชื่อมระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ให้โดดเด่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้คนที่อยู่ในสายงานเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดในแทบจะทุกอุตสาหกรรม โดยนายจ้างยินดีให้เงินเดือนสูงเพื่อรั้งคนเก่งไว้ในองค์กร หรือดึงดูดผู้สมัครที่มีความสามารถมาร่วมงาน

Advertisement

นางธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย กล่าวว่า หากมองภาพรวมตลาดแรงงานในปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่หลายๆบริษัทเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยเฉพาะช่วง ไตรมาส 1 และ 2 ปี 2565 มีตำแหน่งเปิดรับสมัครเป็นจำนวนมากในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งมีการโยกย้ายงานของเหล่า Talent (บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ) ที่มี skillset ที่เป็นที่ต้องการของตลาดให้เห็นในหลายสายงาน ซึ่งเป็นไปตามกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ตามรายงาน Global Workforce of the Future 2022 ของ Adecco ในปีที่ผ่านมา ระบุว่า พนักงานกว่า 1 ใน 4 ตัดดสินใจลาออก หรือย้ายงานเพื่อให้ได้ผลตอบแทน สวัสดิการ หรือมีนโยบายเรื่องการทำงานที่ตอบโจทย์ตนเองมากกว่า ขณะที่คนเก่งมีจำนวนจำกัดและไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด (Talent Shortage) ทำให้คนทำงานเหล่านี้มีสิทธิ์เลือกมากขึ้น เกิดเป็นการแข่งขันกันระหว่างองค์กรที่ต้องการรักษาพนักงานเก่ง ๆ ไว้ และองค์กรที่ต้องการดึงคนเก่งเข้ามาร่วมงาน หรือเรียกกันว่า Talent War สะท้อนออกมาในภาพของอัตราเงินเดือนเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากปีก่อน ดังนั้น คนที่ได้เปรียบที่สุดก็คือผู้สมัครที่มีความพร้อมรอบด้าน เพราะมีอำนาจในการต่อรองทั้งในแง่เงินเดือน และ benefit อื่นๆ โดยสามารถเลือกทำงานกับบริษัทที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้มากที่สุด

นางธิดารัตน์ กล่าวถึงข่าวการ lay off พนักงานของหลายบริษัทในปีที่ผ่านมาที่อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลใจ มองว่าบางกรณีเกิดขึ้นเพราะธุรกิจหรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ อาจจะอยู่ในช่วงขาลงจริง เช่น ธุรกิจสิ่งพิมพ์ หรือทีวี เป็นต้น แต่ในกรณีของการลดคนของบริษัทด้านเทคโนโลยีส่วนใหญ่เกิดจากบริษัทจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับดีมานด์ของสินค้าบริการที่มีมากเป็นพิเศษในช่วงโควิด แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติ ความต้องการแรงงานในส่วนงานนี้ก็อาจลดลง

“ในแง่องค์กร มองว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ Talent Pool ที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถ และมองหาคนที่ใช่เพื่อรับเข้ามาร่วมงานกับองค์กรได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะผู้สมัครงานคือการไม่หยุดพัฒนา hard skills และ soft skills โดยจะต้องมีความเป็น T-Shape skill อยู่ในตัว ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงความสามารถในสายงานที่ทำ แต่ยังต้องมีทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสู้แบบไม่ถอดใจ หรือที่เรียกว่า Resilience พร้อมปรับตัวและแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานไม่ว่าอาชีพใดก็ตาม”

นางธิดารัตน์ กล่าวว่า มีคำแนะนำสำหรับองค์กรในปีนี้คือ HR (ฝ่ายบุคคล) และผู้นำองค์กรควรทำความเข้าใจกับพนักงานในองค์กรให้มากขึ้นโดยใช้ data นำมาวิเคราะห์ในการวางแผนกำลังคน วางแผนการจัดการและพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมทั้งทำความเข้าใจลักษณะของคน Gen Z ซึ่งกำลังจะก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนสำคัญในองค์กร และหาวิธีการปรับองค์กรให้พร้อมรับกับคนกลุ่มนี้ เช่น ช่วยเตรียมความพร้อมให้เหล่า Manager ที่จะต้องทำงานกับ Gen Z ปรับวิธีทำงานให้เปิดกว้างเพื่อพร้อมรับฟังไอเดียใหม่ ๆ ปรับนโยบายการทำงานให้มีความยืดหยุ่นทั้งในแง่สถานที่และเวลา รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้าง Culture เพื่อให้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งในเรื่องอายุ เพศสภาพ ศาสนา และอื่น ๆ  สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทใดที่สามารถทำได้ก่อนก็จะนำหน้าผู้อื่นไปหนึ่งก้าว

ตลาดแรงงานเอเชียแปซิฟิกขาดแคลนคนทำงานสาย STEM

ด้านมร.ไซม่อน แลนซ์ รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคล อเด็คโก้เอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงภาพรวมการตลาดแรงงานในระดับภูมิภาคว่า ตลาดแรงงานทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงขาดแคลนทาเลนต์ โดยเฉพาะในสายอาชีพ STEM (science, technology, engineering and math)  รวมถึงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ในขณะที่อุตสาหกรรมที่เติบโตทั่วภูมิภาคยังเป็นอุตสาหกรรมด้าน Life Sciences, Healthcare & Biotechnology, และ Renewable Energy และในปีนี้น่าจะเห็นการเติบโตด้านธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและการบริการเช่นเดียวกัน

การโยกย้ายงานข้ามประเทศในภูมิภาคมีแนวโน้มที่จะมีมากขึ้น เมื่อมาตรการการควบคุมและป้องกันโควิดผ่อนปรนลง รวมถึงเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ในด้านการสร้างความหลากหลายของพนักงานในองค์กรให้เกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการจ้างงานชาวต่างชาติ ยังเป็นเรื่องของการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงสำหรับบริษัท รวมถึงเป็นความท้าทายของคนทำงานเองในการเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวให้ทำงานได้ท่ามกลางวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ทั้งนี้ หลายบริษัทเริ่มเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการจ้างงานแบบ offshoring และ nearshoring ในฟังค์ชั่นงานต่างๆ ขององค์กร ขณะที่บางบริษัทเริ่มให้ความสนใจปรับมาใช้ shared service center เช่น IT Hub หรือ Designer Hub ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เพื่อให้บริการในส่วนงานนั้น ๆ กับสาขาของบริษัทในประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างคุ้มค่า และเป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดแคลนคนทำงาน หรือค่าแรงสูงตามอัตราเงินเฟ้อ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ