คลังเตือน ระวังหลอกได้รับสิทธิบัตรคนจนรอบใหม่ ย้ำยังไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ ‘บัญชีกลาง’ เผยตารางโอนเงินเดือน ก.พ.
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่า เป็นผู้ได้รับสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ปี 2565 และให้ทำธุรกรรมในลักษณะต่างๆ ตามคำแนะนำของมิจฉาชีพ กระทรวงการคลังขอย้ำว่าขณะนี้โครงการบัตรคนจน ปี 2565 ยังไม่ได้มีการประกาศรายชื่อประชาชนผู้ได้รับสิทธิ เนื่องจากข้อมูลตามโครงการมีจำนวนมากต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยตรวจสอบสิทธิหลายหน่วยงานเพื่อให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จและประกาศให้ประชาชนทราบโดยเร็วต่อไป
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิให้แก่ประชาชนรับทราบ และ/หรือแนะนำให้มีการดำเนินธุรกรรมใดๆ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และดำเนินการธุรกรรมใดๆ ตามคำหลอกลวงของมิจฉาชีพ
นายพรชัยกล่าวว่า ประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสามารถร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่ของท่าน หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และติดตามข้อมูลข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆ ของกระทรวงการคลังได้ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 0-2109-2345 เวลา 08.30-17.30 น. เว้นวันหยุดราชการ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘คลัง’ เลื่อนประกาศผล ‘บัตรคนจน’ ไม่มีกำหนด
- เช็กเลย! กรมบัญชีกลาง อัพเดตบัตรคนจน เดือน ก.พ.66 แจกอะไรบ้าง
ด้าน น.ส.วารี แว่นแก้ว รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้เบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่หน่วยงานและร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ดังนี้ ทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) วงเงินซื้อสินค้า 200/300 บาทต่อเดือน ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม 2566) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน และค่าโดยสารรถ ขสมก./รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม.และปริมณฑล)
น.ส.วารีกล่าวว่า ส่วน ทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) เงินชดเชยค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน [สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้ลงทะเบียนกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน] และเงินชดเชยตามจำนวนเงินที่ชำระค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน [สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้ลงทะเบียนกับการประปานครหลวง (กปน.) การประปาภูมิภาค (กปภ.) ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท (ที่ได้ชำระเงินแล้ว) ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯเป็นผู้ชำระเอง]
น.ส.วารีกล่าวว่า สำหรับ ทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ)
“ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังสามารถใช้บัตรต่อไปได้ตามปกติ จนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศให้เริ่มใช้บัตรประชาชนแทน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0-2109-2345 หรือคอลเซ็นเตอร์ กรมบัญชีกลาง 0-2270-6400 ในวันและเวลาราชการ” น.ส.วารีกล่าว

