ท่องเที่ยวภาคเหนือฟื้นตัวสดใสรับเดือนแห่งความรัก อัตราเข้าพักพุ่ง 80%
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยว่า ภาพการท่องเที่ยวภาคเหนือ ที่อากาศตอนนี้ยังเย็นอยู่ บวกกับเป็นกุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ด้วย ทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 80% ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 เป็นต้นมาถึงตอนนี้ แม้ในเดือนมีนาคมนี้ จะยังคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไม่ได้ ว่าจะดีมากน้อยอย่างไร แต่จากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ และมีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 เข้ามาช่วยสนับสนุนการเดินทาง เชื่อว่าจะการท่องเที่ยวในประเทศดูดีขึ้นต่อเนื่อง
“เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ที่จะเริ่มในเดือนมีนาคมนี้ มองว่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว การพักค้าง และการใช้จ่ายมากขึ้นได้ โดยเฉพาะในไตรมาส 1 นี้ เพราะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างไตรมาส 2/2566 โดยเฉพาะเดือนเมษายน ที่จะมีวันหยุดยาวหลายวัน ซึ่งกังวลว่าจะมีคนไทยออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงเป็นเดือนที่มีอากาศร้อน ทำให้คนส่วนใหญ่หนไปเที่ยวทะเลเป็นหลัก ทำให้หากมีเราเที่ยวด้วยกันเข้ามาช่วยกระตุ้น ก็จะดันการท่องเที่ยวเชียงใหม่เพิ่มขึ้นได้ เพราะราคาห้องพักก็ยังอยู่ในระดับที่ดีอยู่ด้วย” นางละเอียด กล่าว
นางละเอียด กล่าวว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ตัดสิทธิสนับสนุนเรื่องตั๋วเครื่องบินออก จะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลหรือไม่นั้น มองว่าแต่เดิมการใช้สิทธิตั๋วเครื่องบินก็ค่อนข้างมีจำนวนน้อย รัฐบาลจึงอาจมองว่าประชาชนน่าจะเปลี่ยนรูปแบบ เป็นการเดินทางผ่านรถยนต์ระยะไม่ไกลนัก เพื่อให้เมืองรองได้รับอานิสงส์เชิงบวกด้วย จึงไม่ได้เป็นประเด็นที่น่ากังวลใจมากนัก แต่ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวเพิ่มเติม อาทิ พอไม่มีตั๋วเครื่องบินเข้ามาช่วยแล้ว จะสามารถสร้างกิจกรรมในการดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการโรงแรมหรือที่พักได้มากขึ้นอย่างบ้าง
นางละเอียด กล่าวว่า รวมถึงการที่เราเที่ยวด้วยกัน ยังสนับสนุนคูปองอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้จ่ายในร้านที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ ร้านอาหาร ร้านนวด มูลค่า 600 บาทต่อวัน ถือว่าเป็นแรงจูงใจที่ดี และการปรับให้จองห้องพักล่วงหน้าเพียง 3 วัน จากเดิม 7 วัน ถือว่าเอื้อให้พฤติกรรมคนไทยที่มักตัดสินใจเที่ยวแบบรวดเร็วขึ้น จองล่วงหน้าเพียงไม่นานด้วย
นางละเอียด กล่าวว่า ตอนนี้เราเห็นภาครัฐและเอกชนลุกขึ้นมาจัดงานเทศกาล เพื่อเพิ่มบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น อาทิ เเชียงใหม่ บลูมส์ ระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์นี้ มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ยกระดับพัฒนาการสร้างงาน และการมีส่วนร่วมของชุมชน ใช้เส้นทางของดอกไม้ในการเล่าเรื่องทั้งในด้านแฟชั่น อาหาร ถือเป็นการดึงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย สะท้อนถึงวิถีชีวิตชุมชน อัตลักษณ์ไทยด้วย
นางละเอียด กล่าวว่า วันวาเลนไทน์ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ปกติปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 ถือว่ามีความคึกคักมาก แต่ 3 ปีที่เกิดโควิดก็ชะลอตัวลง โดยในปีนี้เนื่องจากเชียงใหม่มีการใช้แนวคิดดอกไม้เข้ามาช่วย ซึ่งดอกไม้โดยเฉพาะดอกกุหลาบก็เป็นสัญลักษณ์ของวันแห่งความรัก และขึ้นชื่อของเชียงใหม่ด้วย จึงมองว่าวันวาเลนไทน์ปีนี้น่าจะมีความคึกคักมาก หรืออาจมากกว่าปี 2562 ด้วย แม้วันวาเลนไทน์จะไม่ได้ช่วยดันอัตราการเข้าพักมากขึ้น แต่จะช่วยในด้านการใช้จ่ายภายในแต่ละจังหวัดได้ เป็นการเติมเต็มจุดขายอื่นๆ เพิ่มเติม

